ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ค่ายยักษ์ใหญ่โตโยต้าไทย ส่งเสียงสะท้อนความในใจและมุมมองต่อนโยบายอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยที่น่าสนใจมาก ขณะค่ายรถญี่ปุ่นกำลังถูกจีนแย่งตลาดเอาเป็นเอาตาย นี่เป็นครั้งแรก ๆ ของค่ายรถญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่เลือกอยู่เงียบ ๆ ได้ออกมาตะโกนถึงสถานการณ์คับขันผ่านสื่อ แสดงว่า วิกฤติจริง?!?

ก็อย่างที่รู้ กว่า 5-6 ทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่น คือหัวขบวนฝูงห่าน (เดอะแบก) ที่นำอุตสาหกรรมยานยนต์เข้ามา สร้างการเปลี่ยนผ่านให้หลายประเทศในเอเชียจากยุคเกษตรกรรมเป็นยุคอุตสาหกรรม ประเทศไทย ก็เป็นหนึ่งในชาติเหล่านั้น ญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานผลิตทั้งขายในประเทศและส่งออกใหญ่อันดับ 2 ของโลกนอกญี่ปุ่น ดันไทยเป็น ดีทรอยต์เอเชีย สำเร็จ มีอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งตัวแทนจำหน่าย วิศวกร คนงาน ระบบโลจิสติก ส่งออกทั่วโลก

เสน่ห์อีกอย่างที่มัดใจค่ายรถญี่ปุ่นคือ ไทยมีสนามกอล์ฟพร้อมแคดดี้ที่ดีเลิศมากมาย นักธุรกิจญี่ปุ่นชอบเล่นกอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ ใครก็รู้ เรายังมีโรงเรียนนานาชาติชั้นยอด มีร้านอาหารญี่ปุ่นให้เลือกได้ไม่หมด นอกจากอาหารไทย แม่บ้านญี่ปุ่นมีมินิมอลที่ขายสินค้าญี่ปุ่นทุกประเภท มีชุมชนพบปะไม่ต้องจับเจ่าอยู่แต่ในบ้าน สภาพแวดล้อมเช่นนี้เอง ว่ากันว่า ผู้บริหารค่ายรถญี่ปุ่น หากถูกย้ายไปประเทศอื่น มีร้องไห้เสียดายกันนั่นแหละ 

กลับมาที่เสียงสะท้อน นายศุภกร ชี้ว่า ตอนนี้อินโดนีเซียให้ข้อเสนอกับโตโยต้า ว่า หากย้ายฐานผลิตจากไทยไปที่อินโดนีเซีย ต้องการอะไร พร้อมให้ทุกอย่าง ช่างดุดันไม่เกรงใจใคร แม้ไทยจะได้เปรียบเพราะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการลงทุนมานาน แต่ 10-20 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมรถยนต์ครั้งสำคัญจะเป็นยังไง

รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาเสียภาษีต่ำเพียง 8% และยังได้รับเงินอุดหนุนอีก 5 หมื่น-1 แสนบาทต่อคันภายใต้นโยบายอีวี 3.5 อีก เรียกว่า นำเข้าฟรี ตรงข้ามกับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ต้องเสียภาษี 13-34% โครงสร้างภาษีที่บิดเบี้ยวนี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ผลิตในประเทศ ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีเป็นจำนวนมาก (เฉพาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ปี 2568 ก็  5.6 หมื่นล้านแล้ว ยังไม่นับภาษีนิติบุคคล และภาษีรายได้จากคนงานนับแสนเป็นหมื่น ๆ ล้าน)

ต้องถามว่า เราส่งเสริมรถอีวีหรือสร้างอุตสาหกรรมอีวี เพราะต่างกันมาก ถ้ารถเหล่านี้นำเข้าแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญเข้ามาแค่ประกอบ ขันนอต หยอดกาว เชื่อมสายไฟ ไทยจะได้อะไรจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ขณะแบตเตอรี่หมดอายุ กำจัดยังไง ใครรับผิดชอบ ตลาดอีวีมือสองใน 5-10 ปีข้างหน้าราคาจะอยู่ที่ไหน ระบบไฟฟ้าพร้อมหรือไม่ ไม่ใช่ เก็บภาษีรถสันดาปแพง ๆ เพื่อไปสนับสนุนอีวีแบบงงๆ จนเราเสีย ซูซูกิ ไป และได้เนต้ามานายศุภกรกล่าว

เป็นคำถามดัง ๆ ที่มีตัวอย่างให้เห็น ต้นปีเรายังพูดถึง การส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์ทุกลมหายใจ อ้าว ไป ๆ มา ๆ ดาต้าเซ็นเตอร์ กลายเป็นปิศาจ สั่งทบทวนด่วน หลังมีข่าวแย่งไฟแย่งน้ำ จากชุมชนมหาศาลจนโดนขับไล่ เช่นที่สหรัฐ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ต้องสั่งระงับการลงทุนชั่วคราวนาน 1 ปี ขอประเมินผลกระทบให้แน่นอนก่อน ฉันใดก็ฉันนั้น

ถ้าค่ายรถญี่ปุ่นย้ายฐานไปที่อื่นจริงๆ มีจีนเข้ามาแทนที่ ไทยจะรับมือยังไง มีผลศึกษาวิจัยจริงจังแค่ไหน ถนนพระราม 2 อดีตเต็มไปด้วยโชว์รูมรถญี่ปุ่นแทบทุกค่าย ตอนนี้มีโชว์รูมจีนผุดเป็นดอกเห็ด ค่ายรถญี่ปุ่นเอง ก็ต้องยอมรับ ปรับตัวช้า ถือดีเกิน ขณะรถจีนราคาถูก ออกแบบสวย ได้ใจผู้บริโภค จนอดใจไม่ไหว แม้บริการหลังการขายยังมีปัญหา แต่นั่นล่ะ ในฐานะญี่ปุ่นเป็นห่านตัวแรกที่นำอุตสาหกรรมรถยนต์มาปักหลักจนไทยเป็น “ดีทรอยต์เอเชีย” มาแล้ว

ก็เป็นเรื่องที่ไทยต้องดูแลให้สมศักดิ์ศรีเมียคู่ทุกข์คู่ยากที่เป็น “เดอะแบก” มานาน ไม่ใช่เย็นชาแบบนี้…!!!

สุดท้าย มีข่าว จีดีพี ไตรมาส 2 โตแค่ 1.9% ยังคงต่ำสุดในอาเซียน กำลังการผลิตเหลือแค่ 50% ก็จะผลิตสินค้าไปทำไม ผลิตแล้วขายไม่ออก วิกฤติชาติรุมเร้าขนาดนี้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ช่วยลดเดินสายไปต่างประเทศกับช่วยลดไปเฉิดฉายงาน “โอทอป” บ้าง ก็จะดีงามมาก ไม่เช่นนั้น สิบ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ก็เอาไม่อยู่หรอกนะ.

ดาวประกายพรึก

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่