นอกจากความอาลัยต่อการจากไปกะทันหันด้วยวัยเพียงแค่ 49 ปี ของ “เร แม๊คโดแนลด์” แล้ว ยังทำให้หลายคนรู้สึกใจหาย โดยเฉพาะกับ คน Gen X” ที่เติบโตมาในช่วงเวลาเดียวกันกับ “เร แม๊คโดแนลด์” ซึ่งในยุคสมัยหนึ่งชื่อเสียงของผู้ชายคนนี้ถูกกล่าวขวัญจาก “วัยรุ่นยุค 90” ในเวลานั้น จนตัวเขาถูกจดจำในฐานะ “เด็กแนวคนสำคัญ” ที่สะท้อนออกมาผ่าน…
มุมมอง…วิธีคิด…การใช้ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์
ที่ได้มองผู้ชายคนนี้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ
จนทำให้ตัวเขาถูกยกให้เป็น “ไอคอนยุค 90”
ทั้งนี้ เพื่อร่วมรำลึกต่อการจากไปของ “เร แม๊คโดแนลด์” หนึ่งในไอคอนคนสำคัญของ “วัยรุ่นยุค 90” วันนี้ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จึงอยากถ่ายทอด “มุมมอง-วิธีคิด-การใช้ชีวิต” ที่ผู้ชายคนนี้บอกเล่าไว้เพื่อสะท้อน “ตัวตนของเขา” ผ่านบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในวาระต่าง ๆ และในช่วงเวลาต่าง ๆ ซึ่งล้วนสะท้อนและเต็มเปี่ยมไปด้วย “จิตวิญญาณเสรี-วิถีอิสระชน” ที่ถือเป็นอีกรากฐานสำคัญในการใช้ชีวิตของ “ไอคอนวัยรุ่นยุค 90” คนนี้ ที่หลาย ๆ คนได้ติดตามและเฝ้ามองดูเส้นทางชีวิตของเขาที่เติบโตมาเรื่อย ๆ จนทำให้หลายคนรู้สึกไม่ต่างกับ “เพื่อนคนหนึ่ง”
ที่เติบโตและเดินทางผ่านช่วงเวลามาด้วยกัน
จนหลายคนรู้สึกว่า…เขาคือเพื่อนร่วมยุคสมัย
ชื่อเสียงของ “เร แม๊คโดแนลด์” เป็นที่ถูกกล่าวขวัญถึงอย่างมากในทศวรรษ 90 ในยุคที่สังคมไทยพยายามตั้งมาตรฐานและบรรทัดฐานหลายเรื่องเพื่อให้ “วัยรุ่นไทยทำตามพิมพ์เขียว” โดยไม่ตั้งคำถาม หรือสงสัยในทุกเรื่องที่สังคมส่วนใหญ่พยายามขีดเส้นให้ แต่การปรากฏตัวของเขาด้วย “ภาพลักษณ์ที่ตรงกันข้ามแบบสิ้นเชิง” กับมาตรฐาน และบรรทัดฐานของสังคมไทยในขณะนั้นได้ทำให้เกิด “อาฟเตอร์ช็อก” ขึ้นมากมาย ไม่เฉพาะแค่ในวงการบันเทิง แต่ทำให้สังคมไทยนั้นก็พลันสั่นสะเทือนด้วย จนชื่อของ “เร แม๊คโดแนลด์” เป็นชื่อที่ “วัยรุ่นยุค 90” นำมาพูดถึงในฐานะเป็นตัวแทนของวัยรุ่นไทยจำนวนมากในขณะนี้ ที่อยากกำหนดและเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง จนผู้ใหญ่ในยุคสมัยนั้นส่วนใหญ่มองเขาเป็น “ขบถสังคม” จากการแสดงออกแบบซื่อตรงและจริงใจกับความคิดของตัวเอง รวมถึง “วิธีเลือกใช้ชีวิตเป็นอิสระ” ในแบบของเขา
ที่ไม่ยอมอยู่ภายใต้กรอบที่สังคมกำหนด
ชีวิตนักเดินทางของ “เร แม๊คโดแนลด์” ซึ่งเป็นบทบาทที่โดดเด่นของเขา ไม่แพ้กับบทบาทการเป็นนักแสดงมากความสามารถ หากแต่การเดินทางออกท่องโลกของเขา ไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ แต่ยังเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้กับหลายคนซึ่งอาจไม่เคยวาดภาพตัวเองออกไปเดินทางท่องโลกกว้าง หรือกล้าไปในสถานที่แปลกใหม่ จนกระตุ้นให้หลายคนตัดสินใจลุกขึ้นมาสะพายเป้ออกท่องโลกเหมือนกับเขา ซึ่งเรื่องนี้เขาได้เคยสะท้อนผ่านบทสัมภาษณ์ที่ให้ไว้เมื่อปี 2559 ว่า…
“การได้เปิดโลกทัศน์ มันเป็นห้องเรียนห้องใหญ่ มันทำให้เราเข้าใจว่า…ในความแตกต่างบนโลกใบนี้มันยังมีความคล้ายกันอยู่… ท้ายที่สุดเราก็แค่รู้สึกว่า…โลกมันก็คือหมู่บ้านขนาดใหญ่ และเส้นที่ขีดเขียนวาดมันลงไปบนแผนที่ มันก็เป็นเส้นสมมุติเฉย ๆ ยิ่งถ้าเดินทางขับรถข้ามไปแต่ละประเทศ จะเห็นผู้คน วิถี ภาษา หน้าตาค่อย ๆ เปลี่ยน แบบนี้มันคือเสน่ห์”
นอกจากมุมมองและวิธีคิดของเขาที่สะท้อนผ่าน “การเดินทาง” แล้ว ความมี “จิตวิญญาณเสรี” ก็เป็นอีกภาพจำที่ชัดเจนที่ผู้คนจดจำเขาได้ไม่แพ้กับภาพของการเป็น “แบ็กแพคเกอร์ยุคแรก” โดยในยุคที่เข้าวงการบันเทิงและมีชื่อเสียงพร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่น แต่เขากลับ “เลือกกระโดดออกมา” จากจุดนั้น โดยเลือกที่จะไม่รับงานละครยาว หรือเล่นซิทคอมเพื่อความมั่นคงทางการเงิน แต่ไปทำรายการท่องเที่ยวแบ็กแพ็ก โดยเขาเคยบอกถึง “เหตุผล” ที่ตัดสินใจแบบนี้ว่า…
“คนอื่นเขาอาจจะรับละครปีละหลายเรื่อง มีรถสปอร์ตหลายคัน แต่เราเลือกมาทำรายการแบบนี้… เราไม่ได้คิดว่า…ชีวิตต้องมีบ้าน มีรถหรู ๆ ไม่มีก็ได้ ขอแค่ได้ออกไปใช้ชีวิต ได้เปิดโลกทัศน์มากกว่า”
อีกหนึ่ง “ภาพจำชัดเจน” ที่คนที่โตมายุคเดียวกันกับเขาจดจำได้ก็คือ “ความกล้า” ที่เลือกไปในสถานที่แปลก ๆ หรือแม้แต่พื้นที่ซึ่งคนทั่วไปไม่เคยคิดอยากจะไป จนบางคนมองเขาเป็น “คนที่บ้าบิ่น” หากแต่เขาเคยสะท้อนความรู้สึกนี้ไว้หลาย ๆ ครั้ง เกี่ยวกับ “เหตุผลที่เลือก” หรือตัดสินใจไว้ เช่น จากบทสัมภาษณ์ที่เขาสะท้อนไว้เมื่อปี 2545 กับนิตยสารฉบับหนึ่ง ว่า… “สำหรับหนุ่มสาว ถ้ามีโอกาส คุณออกเดินทางเลย การเดินทางจะทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น”
ส่วนอีกบทสัมภาษณ์หนึ่งที่สะท้อน “ความเป็นอิสระชน” ของเขานั้น คือตอนที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารออนไลน์ฉบับหนึ่งเมื่อปี 2562 ซึ่งฉายภาพความคิดเรื่องนี้ของเขาว่า…
“ความคิดหนึ่งที่อยู่ในหัวตลอดและไม่เคยเปลี่ยนเลย คือสิ่งไหนที่ให้คุณค่า ความหมาย และความสนุก กับชีวิต เราพร้อมจะทำโดยไม่ได้สนใจว่าผลตอบแทนมันจะมากหรือน้อย สำหรับเราทิศทางหรือเส้นทางชีวิตที่เหมาะสมจะมอบประสบการณ์ชีวิตที่อยากได้เอง…” …เป็นวิธีคิดของชายคนนี้
ที่หลายคนยกให้เป็น “แรงบันดาลใจชีวิต”
อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะถูกหลายคนยกให้เป็นแรงบันดาลใจแต่เขากลับให้ “แง่คิดน่าสนใจ” เกี่ยวกับการ “สะสมประสบการณ์” ในบทสัมภาษณ์ในครั้งนั้นว่า…
“ประสบการณ์เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ถ้าหากอยากได้ประสบการณ์ก็ต้องออกไปเจอะเจอด้วยตัวเอง เพราะการสะสมประสบการณ์ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เพราะทุกคนต่างก็มีรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตมาไม่เหมือนกัน มีที่มาที่ไปจากคนละทิศคนละทาง ซึ่งประสบการณ์ของเรามาจากการได้ไปเจอะเจอ พบเห็น และสัมผัสกับสิ่งใหม่ ๆ สถานที่ใหม่ ๆ รวมถึงผู้คนใหม่ ๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องดั้นด้นไปในที่ไกล ๆ หรอก เพราะสถานที่ใกล้ตัวก็มอบประสบการณ์ให้ได้”
นี่เป็นมุมมองและวิธีคิดของ “เร แม๊คโดแนลด์” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำมาประมวลและสะท้อนต่อ ณ ที่นี้ เพื่อร่วมรำลึกถึงผู้ชายที่การเดินทางในชีวิตของเขาเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้กับใครหลาย ๆ คน ด้วย “สไตล์เฉพาะตัว”
ที่ทั้งซื่อตรง…จริงใจ และตรงไปตรงมานั้น
ไม่ต่างไปจากการต้องสูญเสียเพื่อนคนหนึ่ง
เพื่อนที่มี “จิตวิญญาณอิสระเสรี” น่าจดจำ.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



