กระแสฮือฮาหลังกรณีการเสียชีวิตแบบมีปริศนาของผู้ชายในพื้นที่แห่งหนึ่งทางภาคอีสานที่ถูกโยงเข้ากับ “มุมความเชื่อ” เรื่อง “ผีแม่ม่าย” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตำนานคลาสสิกของ “ผีไทย” นั้น นอกจากเสียงฮือฮาแล้ว ยังเป็นประเด็นน่าค้นหาว่า… แม้ปัจจุบันจะเป็น “สังคมยุคดิจิทัล” ที่เต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงเป็น “โลกยุคเอไอ” ที่ผู้คนวันนี้นั้นสามารถจะค้นหาคำตอบและคำอธิบายได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้วนั้น…
ทำไมความเชื่อเรื่อง “อิทธิฤทธิ์สิ่งลี้ลับ”
ยังมีพลังกับผู้คนจำนวนมากได้ขนาดนี้

รศ.ดร.วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุล
ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ให้ความสนใจ โดยเฉพาะในแง่ของ “ปรากฏการณ์” จึงออกไปหาคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งมีมุมมองวิเคราะห์ที่น่าสนใจจาก รศ.ดร.วิศิษย์ ปิ่นทองวิชัยกุล อาจารย์ประจำสาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาศาสนา พิธีกรรม และสังคมวัฒนธรรม สะท้อนว่า… “ผีแม่ม่าย” เป็นปรากฏการณ์ที่มักวนกลับมาเป็นรอบปี หรือเรียกได้ว่าเป็น “ความเชื่อประจำฤดูกาล” ของสังคมไทยในบางพื้นที่ โดยมักเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์ที่เรียกว่า “ทริกเกอร์” ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น มีคนในชุมชนหรือหมู่บ้านเสียชีวิต โดยเฉพาะหากผู้เสียชีวิตอายุยังน้อย หรือภายนอกดูมีสุขภาพแข็งแรง แต่กลับเสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน
จนทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างรู้สึกช็อก
ยิ่งเป็นลักษณะของการ “ตายแบบฉับพลัน”
ความเชื่อเรื่อง “ผีแม่ม่าย” ก็ยิ่งมีพลังมากขึ้น
หากละการวิเคราะห์เกี่ยวกับ “มุมปรากฏการณ์” หรือ “มุมความเชื่อ” เอาไว้ก่อน ในทางการแพทย์มีคำอธิบายถึง “ลักษณะการเสียชีวิต” ที่เกิดขึ้นนี้ โดยเรียกอาการและกลุ่มโรคดังกล่าวว่า… “โรคใหลตาย” ซึ่งมีการศึกษา วิจัย และค้นคว้าเพื่อหา “สาเหตุ–ปัจจัย” ที่นำไปสู่การเสียชีวิตรูปแบบนี้มานานหลายสิบปี โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสนใจและต้องการไขปริศนาเกี่ยวกับภาวะดังกล่าว โดยมีข้อมูลอธิบายถึง “โรคใหลตาย” ไว้ว่า…
“โรคใหลตาย” หรือ Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome (SUNDS) เป็นภาวะที่ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะนอนหลับ เชื่อว่าการใหลตายมีความเชื่อมโยงกับ กลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หัวใจของความผิดปกตินี้ อยู่ที่การกลายพันธุ์ของยีน SCN5A ซึ่งทำหน้าที่ ควบคุมการไหลเวียนของโซเดียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อกลไกนี้บกพร่อง วงจรไฟฟ้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจจึงเกิดการลัดวงจร นำไปสู่ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง เมื่อเกิดภาวะดังกล่าว หัวใจจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและร่างกายได้ตามปกติ ทำให้ผู้ป่วยหมดสติและเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ…

ข้อมูลการแพทย์หลายชิ้นยังพบว่า… พบโรคใหลตายในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และพบมากเป็นพิเศษใน ประชากรชายชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แน่นอนว่านี่รวมถึง “ผู้ชายไทย” ด้วย นอกจากโรคนี้อาจมีสาเหตุจาก การกลายพันธุ์ของยีนตัวหนึ่ง หรือ “ปัจจัยทางพันธุกรรม” แล้ว เอกสารการแพทย์หลายชิ้นเคยระบุว่า… โรคใหลตายอาจมีสาเหตุจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ “รูปแบบการใช้ชีวิต” และ “ภาวะทางโภชนาการ” เช่น การบริโภคอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ตลอดจนภาวะร่างกายขาดโพแทสเซียม ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ และอาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคใหลตายในผู้ชาย… เหล่านี้เป็นข้อมูลในทางการแพทย์ของโรคนี้
“ใหลตาย” ที่ทางวิทยาศาสตร์ก็มีการศึกษา
ในแง่มุมที่เกี่ยวกับ “ปรากฏการณ์สุขภาพ”
แล้วทำไมโรคนี้จึงมักถูกนำไป “เชื่อมโยงกับสิ่งลี้ลับ” หรือ “ผี” รวมถึงถูกเชื่อว่า… การเสียชีวิตแบบฉับพลันของผู้ชายเหล่านี้ “เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของผีแม่ม่าย?” เรื่องนี้ รศ.ดร.วิศิษย์ ซึ่งติดตามศึกษาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางมานุษยวิทยาศาสนา พิธีกรรม และสังคมวัฒนธรรม วิเคราะห์ว่า… จุดเริ่มต้นของ “ปรากฏการณ์ผีแม่ม่ายในไทย” ถ้าจำไม่ผิด เรื่องนี้โด่งดังจนเป็นกระแสตื่นตัวในสังคมไทยช่วงราวปี 2530 เมื่อ “กลุ่มแรงงานชาวอีสาน” ที่ไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก จนกระทรวงสาธารณสุขต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปสืบสวนและค้นหาสาเหตุ โดยเชื่อว่า… การเสียชีวิตของผู้ชายที่ภายนอกดูแข็งแรงเหล่านั้น อาจจะเกิดจากภาวะขาดสารอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยไม่ถูกสุขลักษณะ โดยสาเหตุที่อาจจะเป็นปัจจัยทำให้ “ผู้ชายไทยใหลตาย” นั้น…
เรื่องนี้เคยถูกรายงานไว้เมื่อเกือบ 40 ปีแล้ว
กับ “ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ” ของ “โรคใหลตาย”
แหล่งข่าวคนเดิมอธิบายต่อไปถึง “สาเหตุ” ที่ทำให้ “ชื่อผีแม่ม่าย” ถูกนำมาพูดถึงและผูกโยงเข้ากับ “โรคใหลตาย” ของการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า… เนื่องจากผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็น “เพศชาย” แถมยังเป็น “คนหนุ่ม” หรือ “ผู้ชายที่ดูแข็งแรง” เมื่อสังคมในบางวัฒนธรรมต้องการ “คำอธิบาย” ต่อการตายแบบฉับพลัน “ผีแม่ม่าย” จึง ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือให้คำตอบ ต่อการตายที่หลายคนมองว่าเป็นปริศนา ยิ่งเมื่อผูกโยงกับ “คติความเชื่อในท้องถิ่น” โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งมีความเชื่อว่า… ถ้ามีผู้ชายก็ต้องมีผู้หญิง ดังนั้นการเสียชีวิตของผู้ชายที่เกิดขึ้นแบบผิดปกติจึงมีเรื่อง “สิ่งลี้ลับเพศหญิง” เข้ามาเกี่ยวข้อง และทำให้
“ผีแม่ม่าย” ถูกเชื่อมโยงกับ “โรคใหลตาย”
ผ่าน “เรื่องเล่า” ในมุม “ความเชื่อสิ่งลี้ลับ”
“การที่ผู้ชายบางคนยังดูหนุ่ม หรือดูแข็งแรง เสียชีวิตติดต่อกันแบบนี้ แม้วิทยาศาสตร์จะมีคำอธิบายให้แล้วก็ตาม แต่ผู้คนในบางวัฒนธรรมและบางความเชื่อก็ยังตั้งคำถามเชิงวัฒนธรรมขึ้นมาโดยอัตโนมัติ โดยเลือกยกสาเหตุการตายที่เป็นปริศนาให้เป็นเรื่องของพลังสิ่งลี้ลับ หรืออิทธิฤทธิ์ของผี ซึ่งเป็นกลไกรูปแบบหนึ่งที่มักเกิดขึ้นในเวลาที่สังคมรู้สึกช็อก”…เป็นการวิเคราะห์ของ รศ.ดร.วิศิษย์ กับ “ผีแม่ม่าย” ที่แม้แต่ “โลกยุคเอไอ” ความเชื่อนี้ก็ไม่สั่นคลอน…
แต่อะไรที่ทำให้ความเชื่อนี้ยังมีฤทธิ์เข้มขลัง
กรณีนี้คงต้องมาฟังคำอธิบายต่อวันพรุ่งนี้…
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



