บรรดาทนายความและที่ปรึกษากล่าวว่า แคมเปญเก็บภาษีความมั่งคั่งนอกประเทศ บีบบังคับให้ชาวจีนที่ร่ำรวยต้องทบทวนโครงสร้างกองทุนทรัสต์และการลงทุนของตนเองใหม่ เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งให้ความสำคัญกับการไหลออกของเงินทุนและการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเข้มงวด ท่ามกลางความตึงเครียดทางการคลังที่เพิ่มขึ้น
เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทางการจีนปรับปรุงกฎระเบียบครั้งใหญ่เพื่อกำหนดภาษีเงินได้ 20% กับกองทุนทรัสต์ในต่างประเทศ ขณะที่สำนักงานสรรพากรในเมืองใหญ่ เช่น กรุงปักกิ่ง และเมืองหางโจว เริ่มบังคับใช้การเก็บภาษีกับผลตอบแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยในต่างประเทศแล้ว
มาตรการเหล่านั้นกระตุ้นให้บุคคลร่ำรวยบางส่วนเร่งประเมินหนี้สินของตัวเอง หาเงินสดมาชำระหนี้ และปรับโครงสร้างการลงทุนใหม่ อีกทั้งก่อให้เกิดความกังวลว่า รัฐบาลปักกิ่งอาจขยายการปราบปรามด้านภาษี และการตรวจสอบความมั่งคั่งนอกประเทศอย่างละเอียด
รายงานจากกลุ่มที่ปรึกษา “บีซีจี” เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระบุว่า สิ่งที่ตกอยู่ในความเสี่ยงคือ เงินทุนรวมมูลค่าสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39.4 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือครองโดยบุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิสูงมากในจีนแผ่นดินใหญ่ และถูกเก็บไว้ในตลาดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สิงคโปร์ และเขตอำนาจอื่น ๆ ที่มีอัตราภาษีต่ำ
อนึ่ง กองทุนทรัสต์นอกประเทศได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากจำนวนบริษัทจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงเพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ปลดล็อกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับผู้ก่อตั้งบริษัทที่มุ่งหวังเข้าถึงแหล่งตัวเลือกการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่ในช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีกองทุนทรัสต์นอกประเทศ โครงสร้างเช่นนี้อยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย โดยไม่มีระบอบที่เป็นมาตรฐานและเฉพาะเจาะจง
อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบใหม่กำหนดภาษีในอัตรา 20% สำหรับมูลค่าที่เพิ่มขึ้น ณ เวลาที่โอนหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ เข้ากองทุนทรัสต์นอกประเทศ ส่วนรายได้จากกองทุนทรัสต์ดังกล่าวและนิติบุคคลในต่างประเทศที่กองทุนเหล่านั้นควบคุมอยู่ จะถูกเก็บภาษีประจำปีในอัตรา 20% เช่นกัน
นอกจากนี้ ภาษีค้างชำระสำหรับทรัพย์สินที่โอนเข้ากองทุนทรัสต์ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2566 และรายได้จากกองทุนทรัสต์ที่ได้รับก่อนปี 2569 จะต้องรายงานให้ทราบภายในเวลา 90 วัน
ความเคลื่อนไหวข้างต้นส่งผลให้ผู้ที่เตรียมตัวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พิจารณายกเลิกกองทุนทรัสต์ อีกทั้งลูกค้าบางรายก็หลีกเลี่ยงการจัดตั้งกองทุนทรัสต์ และลงทุนผ่านผู้จัดการสินทรัพย์นอกประเทศรายเล็กแทน
ด้านทนายความและที่ปรึกษาด้านความมั่งคั่ง กล่าวว่า บางคนอาจถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์เพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน และพวกเขาไม่มีทางปรับโครงสร้างใหม่ได้ นอกจากไม่แจ้งทรัพย์สินและยกเลิกกองทุนทรัสต์
แต่สำหรับชาวจีนที่ร่ำรวยจำนวนมาก ความกังวลที่ใหญ่กว่านั้นไม่ใช่ใบเรียกเก็บภาษี แต่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป โดยภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังการเปิดเผยการเก็บภาษีทรัพย์สินจากกองทุนทรัสต์นอกประเทศ สื่อหลายสำนักรายงานว่า ทางการจีนเริ่มเก็บภาษีจากรายได้กรมธรรม์ประกันภัยที่ได้รับในต่างประเทศแล้ว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สรรพากรท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าว่า จีนปฏิบัติต่อรายได้จากต่างประเทศของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งรายได้ทั้งหมดต้องแจ้งให้ทางการทราบ และเสียภาษีตามกฎหมาย.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



