เมื่อวิทยาศาสตร์กำลังเปลี่ยนให้การคุมกำเนิดไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงฝ่ายเดียว หากพูดถึง “ยาคุมกำเนิด” คนส่วนใหญ่มักนึกถึงยาที่ผู้หญิงต้องกินทุกวัน แต่ในอนาคตอันใกล้ โลกอาจเปลี่ยนไป เพราะนักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนาวิธีคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายอย่างจริงจัง และนี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นแค่ความฝันอีกต่อไป
ยาคุมผู้ชาย กำลังจะกลายเป็นเรื่องจริง ล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) และสถาบันวิจัยระดับโลกได้ออกมากำหนดกรอบและทิศทางในการพัฒนายาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุชัดว่าการวิจัยด้านนี้มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และมีหลายวิธีที่เข้าสู่กระบวนการทดลองทางคลินิกในมนุษย์แล้ว พูดง่าย ๆ คือ ยาคุมผู้ชายกำลังเดินทางจากห้องทดลองไปสู่โลกความจริงทีละขั้น
ทำไมผู้ชายยังไม่มียาคุม? เหตุผลสำคัญอยู่ที่ ธรรมชาติของอสุจิ ผู้ชายสร้างอสุจิใหม่ตลอดเวลา วันหนึ่งนับสิบล้านตัว (ต่างจากผู้หญิงที่ตกไข่เพียงเดือนละ 1 ฟอง) ดังนั้นยาคุมผู้ชายจึงต้องลดจำนวนอสุจิลงให้ได้มหาศาล หรือทำให้อสุจิหมดความสามารถในการปฏิสนธิ แต่ความยากไม่ได้มีแค่นั้น นักวิจัยต้องทำให้ผู้ชายยังมีฮอร์โมนเพศชายตามปกติ ยังมีความต้องการทางเพศ มีสมรรถภาพทางเพศ และที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อหยุดยาแล้ว ต้องกลับมามีลูกได้เหมือนเดิม 100% นี่คือเหตุผลที่ทำให้ยาคุมผู้ชายพัฒนายากกว่ายาคุมผู้หญิงมาก
วิธีแรก ใช้ฮอร์โมน สั่งให้ระบบผลิตอสุจิพัก แนวทางที่มีการศึกษามานาน คือการใช้ฮอร์โมนกดการทำงานของระบบสร้างอสุจิ หนึ่งในรูปแบบที่ก้าวหน้าที่สุด คือ เจลทาผิว (เช่น NES/T) ที่ใช้ทาบริเวณไหล่และแขนทุกวัน หลักการคือ ฮอร์โมนสังเคราะห์จะเข้าไปยับยั้งการสร้างอสุจิจากภายใน ในขณะเดียวกันก็เติมฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจากภายนอกเพื่อรักษาความเป็นชายไว้
ข้อดี : ประสิทธิภาพสูงในการลดจำนวนอสุจิ
ข้อเสีย : อาจมีผลข้างเคียงจากฮอร์โมน ทั้งผลต่ออารมณ์ ความต้องการทางเพศ น้ำหนักตัว และผลกระทบอื่น ๆ ต่อร่างกาย.
ศ.เกียรติคุณ น.ท.ดร.นพ.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล
รพ.รามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



