น้ำอัดลมแฟนต้าหนึ่งกระป๋องที่วางจำหน่ายในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักรให้พลังงาน 63 แคลอรี แต่เครื่องดื่มยี่ห้อเดียวกันที่จำหน่ายในอินเดียกลับมีน้ำตาลมากกว่าถึง 3 เท่า และมีส่วนผสมของสีสังเคราะห์ ซึ่งเป็นสารที่สหภาพยุโรปกำหนดให้ต้องแสดงคำเตือนด้านสุขภาพอย่างชัดเจนบนผลิตภัณฑ์อาหารบางประเภท

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคในอินเดีย การระบุว่าผลิตภัณฑ์มีสีสังเคราะห์สามารถทำได้เพียงการพิมพ์ข้อความตัวอักษรขนาดเล็กไว้ด้านหลังบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ขณะที่แนวทางดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียง หลังบริษัทอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ของโลกคัดค้านความพยายามของอินเดียที่จะกำหนดให้มีคำเตือนด้านโภชนาการที่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์มาเป็นเวลานาน

หนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญคือโคคา-โคล่า ผู้ผลิตแฟนต้า ซึ่งดูเหมือนจะได้เปรียบมากขึ้น หลังสำนักงานความปลอดภัยและมาตรฐานอาหารแห่งอินเดีย (เอฟเอสเอสเอไอ) ยุติความพยายามผลักดันให้มีคำเตือนที่เห็นเด่นชัดด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ โดยให้เหตุผลว่า ระบบคำเตือนดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับรูปแบบการบริโภคและรสชาติอาหารของอินเดียที่มีความเข้มข้นมากกว่าอาหารตะวันตก พร้อมเสนอให้ผู้ผลิตแสดงข้อมูลปริมาณน้ำตาล ไขมัน และเกลือแทน

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประชุมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับผู้บริหารอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยภาคธุรกิจโต้แย้งข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขที่เห็นว่า ฉลากคำเตือนที่ชัดเจนสามารถช่วยให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

นางมิลี ภัฏฏาจารยะ ผู้บริหารระดับสูงของโคคา-โคล่า อินเดีย กล่าวในการประชุมเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่าการคาดหวังให้ผู้บริโภคที่ไม่เคยอ่านข้อมูลส่วนประกอบมาก่อน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานได้อย่างมีนัยสำคัญ เพียงจากการเห็นสัญลักษณ์หรือภาพคำเตือนบนบรรจุภัณฑ์ เป็นแนวคิดที่ง่ายเกินไป

ภัฏฏาจารยะยังระบุว่า ฉลากคำเตือนอาจไม่ได้ช่วยป้องกันผู้บริโภคจากการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและเกลือสูง และไม่มีความจำเป็น เนื่องจากแพทย์ในอินเดียสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงได้อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม โคคา-โคล่าและพันธมิตรด้านการผลิตและบรรจุขวดของบริษัทกลับเลือกใช้ฉลากลักษณะ “สัญญาณไฟจราจร” โดยสมัครใจบนเครื่องดื่มในตลาดประมาณ 24 แห่งของยุโรป ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใสเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์

ด้านนางซิโมน เพตติกรูว์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายอาหารจากสถาบันจอร์จเพื่อสุขภาพระดับโลกในออสเตรเลีย กล่าวว่า ผลกระทบของฉลากคำเตือนที่อาจมีต่อผลกำไร ทำให้อุตสาหกรรมอาหารมีแรงจูงใจ ที่จะยื้อเวลาการบังคับใช้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ให้ผู้บริโภคชาวอินเดียได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของอาหารที่จำหน่ายอย่างเพียงพอ

ข้อมูลประมาณการของภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ผลิตภัณฑ์เกือบ 80% ของตลาดอาหารและเครื่องดื่มบรรจุหีบห่อของอินเดีย ซึ่งมีมูลค่าราว 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.27 ล้านล้านบาท อาจมีปริมาณไขมัน น้ำตาล หรือเกลืออยู่ในระดับสูง

ด้วยเหตุนี้ หากอินเดียผลักดันให้มีการใช้ฉลากคำเตือนแบบรหัสสีอย่างจริงจัง บรรจุภัณฑ์จำนวนมากอาจต้องติดสัญลักษณ์ “สีแดง” เพื่อเตือนผู้บริโภคถึงปริมาณสารอาหารที่ควรบริโภคอย่างจำกัด ขณะที่ข้อถกเถียงระหว่างภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และอุตสาหกรรมอาหารยังคงดำเนินต่อไปว่า ควรให้น้ำหนักกับการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคหรือการคุ้มครองผลประโยชน์ของภาคธุรกิจมากกว่ากัน.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES