จากกระแสทวงถามของสังคม ประกอบกับมาตรการเฝ้าระวังหลังพ้นโทษ ตามพ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือ กฎหมาย JSOC ซึ่งกรมคุมประพฤติเผยยอดศาลสั่งเฝ้าระวังผู้พ้นโทษไว้ 4,333 ราย
“ทีมข่าวอาชญากรรม” สำรวจข้อมูลกรมคุมประพฤติ พบรายงานจำแนกความเสี่ยงผู้ถูกเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ(ข้อมูล ณ วันที่ 1 ส.ค.2569) ในจำนวน 4,333 ราย ล่าสุดมีการจำแนก“ระดับความเสี่ยง”เสร็จสิ้น พร้อมกลไกติดตามสอดส่องไว้ ดังนี้
- ระดับสีแดง 297 ราย (ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ศาลมีคำสั่งเฝ้าระวัง 4-5 ปี)
กลุ่มนี้เป็นผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงสูงมาก มีประวัติหรือพฤติการณ์รุยแรงในคดีเก่า หรือมีภาวะทางจิตที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุซ้ำซ้อน เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังใกล้ชิดและออกแบบมาตรการควบคุมเข้มงวดที่สุดเป็นรายบุคคล
-ความผิดเกี่ยวกับเพศ 146 ราย
-ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย 151 ราย

- ระดับสีส้ม 2,238 ราย (ต้องให้ความสำคัญพอสมควร ศาลมีคำสั่งเฝ้าระวัง 2-3 ปี )
กลุ่มนี้มีความเสี่ยงปานกลาง มีเงื่อนไขที่ต้องติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องตามคำสั่งศาล
-ความผิดเกี่ยวกับเพศ 956 ราย
-ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย 1,282 ราย
- ระดับสีเหลือง 1,798 ราย (กลุ่มเฝ้าระวังทั่วไป ศาลมีคำสั่งให้เฝ้าระวังตั้งแต่ 6 เดือน-1 ปี)
กลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่ากลุ่มอื่น จะเน้นติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และการทำมาหากินในชุมชนตามวงรอบปกติของการเฝ้าระวัง
-ความผิดเกี่ยวกับเพศ 499 ราย
-ความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย 1,299 ราย

สำหรับกลไกติดตามและป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในระดับพื้นที่ มี 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1.แจ้งชุดติดตาม เมื่ออำเภอได้รับ“รายชื่อผู้ต้องเฝ้าระวัง” ให้ทำการประสานเจ้าหน้าที่คุมประพฤติผู้รับผิดชอบ ออกติดตามผู้ถูกเฝ้าระวังในพื้นที่ทันทีและแต่งตั้ง“ชุดป้องกัน”
2.ชุดติดตามลงพื้นที่ ติดตามผู้ถูกเฝ้าระวัง “กรณีพบตัว” ให้จัดทำรายงานปฏิบัติตามแบบฟอร์มประเมินที่ 1 และรายงานคณะทำงานระดับอำเภอทราบพร้อมแจ้งข้อมูลชุดป้องกัน “กรณีไม่พบตัว” ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่คุมประพฤติที่รับผิดชอบโดยเร็ว และรายงานคณะทำงานระดับอำเภอทราบด้วย
3.ชุดป้องกัน ลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมผู้ถูกเฝ้าระวัง “กรณีพฤติกรรมปกติ” ให้จัดทำรายงานปฏิบัติตามแบบฟอร์มประเมินที่ 2 “กรณีพฤติกรรมไม่ปกติ” อาทิ ก้าวร้าว / ข่มขู่ / ยาเสพติด ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่คุมประพฤติทราบทันที รายงานคณะทำงานระดับอำเภอทราบด้วย และให้เฝ้าระวังใกล้ชิด

4.ชุดป้องกันวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง โดยชุดป้องกันจะมีการกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมลงพื้นที่ “อย่างน้อยทุกเดือน” เพื่อติดตามพฤติกรรมและจัดทำแบบฟอร์มประเมินที่ 2 รายงานคณะทำงานระดับอำเภอ อย่างไรก็ตาม ในส่วนมาตรการเฝ้าระวังที่ออกแบบจะต้องคำนึงถึงสัดส่วนสิทธิและเสรีภาพระหว่างส่วนบุคคลกับความปลอดภัยสาธารณะ
5.คณะทำงานระดับอำเภอจัดประชุม เมื่อได้รับข้อมูลตามแบบฟอร์มประเมินที่ 1 และ 2 และมาตรการเฝ้าระวังแล้ว ให้คณะทำงานประชุมวางแนวทางช่วยเหลือและแนะนำการปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังให้เหมาะสมกับ “ผู้ถูกเฝ้าระวังเฉพาะราย” และมีการรายงานคณะทำงานระดับจังหวัดทุกเดือน

สำหรับการเฝ้าระวังการกระทำความผิดซ้ำ
“กลุ่มสีแดง” จะมีการจัดเวรยามสอดส่องพฤติกรรมตลอดเวลา มีการสืบสวนหาข่าวกับคนรอบข้าง และคนที่ไปติดต่อด้วยสม่ำเสมอ ในทุกเดือนจะมีชุดป้องกันสวมเครื่องแบบราชการเข้าไปแสดงตัวอย่างเป็นทางการ และการขอความร่วมมือเพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยสอดส่องพฤติกรรม หากพบต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่
“กลุ่มสีส้ม” จะถูกแวะเวียนสอดส่องพฤติกรรมเสมอ มีการสอบถามและหาข่าวจากญาติหรือคนใกล้ชิดเป็นระยะ ในวงรอบทุกเดือนจะมีชุดป้องกันไปพบ อาจไม่แต่งเครื่องแบบเพื่อลดความเอิกเกริก
“กลุ่มสีเหลือง” จะมีการติดตามพฤติกรรมตามวงรอบปกติ สอบถามผู้ร่วมอาศัยในบ้านเป็นระยะ มีชุดป้องกันที่อาจไม่แต่งเครื่องแบบไปพบตามวงรอบ.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



