นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สอบตก! 2 ปีซ้อน! ในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน-ภัยพิบัติทางธรรมชาติ นับตั้งแต่ปลายปี 68 ชาวพระนคร ศรีอยุธยาหลายอำเภอถูกน้ำท่วมแช่อยู่นาน 3-4 เดือน ดำเนินชีวิตประจำวันและทำมาหากินอย่างยากลำบาก ทั้งที่ปริมาณน้ำไม่ได้มากเหมือนปี 54
ขณะที่ชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา เจอ “มหาอุทกภัย” แค่สัปดาห์เดียวเสียชีวิตไป 140 ศพ บ้านเรือน ร้านค้า ทรัพย์สินอื่น ๆ และเศรษฐกิจในภาพรวม เสียหายกว่า 20,000 ล้านบาท
นายอนุทินเป็นนายกฯ ควบ รมว.มหาดไทย แทนที่จะใช้กฎหมายสูงสุด คือ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เพื่อบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ “กองทัพ” โดยนายกฯนั่งหัวโต๊ะ เป็น “ผบ.เหตุการณ์” คอยประชุมสั่งการณ์แก้ปัญหาให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วหัวหน้าหน่วยงานไหนเบี้ยว! ไม่มาประชุม หรือไม่ให้ความร่วมมือถือว่ามีความผิด!
แต่นายอนุทินกลับไปตั้ง “ผู้บัญชาการทหารสูงสุด” ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่กี่วัน เป็น “ผบ.เหตุการณ์” แก้ปัญหามหาอุทกภัยหาดใหญ่ พี่น้องชาวหาดใหญ่จึงต้องประสบชะตากรรมกันไป แล้วหลังน้ำลด ไม่รู้ว่าประชาชน–ภาคธุรกิจต่าง ๆ ได้รับการช่วยเหลือเยียวยากันมากน้อยแค่ไหน? ภาคธุรกิจต่าง ๆ ฟื้นตัวหรือยัง? เนื่องจากฤดูมรสุม (พายุไต้ฝุ่น) ของภาคใต้ใกล้เข้ามาอีกแล้ว (เดือน พ.ย.-ธ.ค.)
วันที่ 23 ก.ย. 69 ตัวแทนชาวพระนครศรีอยุธยาบุกมาส่งเสียงเตือนถึงอาคารรัฐสภา ด้วยการเคาะปี๊บ! เรียก สส.ภูมิใจไทย ทั้ง 5 เขต ให้เอาปี๊บไปคลุมหัว หลังเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แต่รัฐบาลไม่เหลียวแล
เข้าสู่วันที่ 24-25-26 ก.ย. 69 ฝนตกหนักถล่มหลายจังหวัดภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล น้ำท่วมหนัก ๆ หลายพื้นที่ ทั้งที่หลายแห่งเมื่อปี 54 น้ำไม่ท่วม แต่ปีนี้กลับท่วม เพราะไม่มีการแจ้งเตือนว่าฝนตกหนัก และน้ำขึ้นเร็วกว่าปี 54 ชนิดไม่ทันตั้งตัว
แต่ “รัฐบาลกลาง” ทำเหมือนไม่มีปัญหาอะไรมาก! ดูเหมือนต่างคนต่างทำงานกับท้องถิ่น คือ “กรุงเทพฯ” ทั้งที่ควรใช้กฎหมายสูงสุด เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว เพราะกรุงเทพฯ คือ ศูนย์กลางบริหารราชการแผ่นดิน+ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ
แต่นายกฯ ไปเดินเท้าเปล่าลุยน้ำ–ลงเรือแจกข้าวกล่อง ขณะที่รัฐมนตรีก็ไปกันคนละทางสองทาง ผ่านไป 4 วัน เพิ่งตั้งรมว.กลาโหม ดูแลน้ำท่วมกรุงเทพฯ ส่วนผู้ว่าฯ กทม. ก็ขยันไลฟ์สด! แต่ท่านฟังเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำแนะนำบ้างหรือเปล่า? ว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมควรจะมุ่งเน้นที่ระบบหลัก ไม่ใช่เส้นเลือดฝอยอย่างเดียว บริเวณไหนควรใช้ท่อขนาดใหญ่ก็ต้องใช้! เพื่อรองรับฝน 100 ปีก็ต้องทำ! ดีกว่าการใช้ท่อเล็ก ๆ แล้วต้องรื้อใหม่ วางท่อใหม่ในอนาคต สู้ทำทีเดียวให้ดีไปเลย ไม่ดีหรือ? และสิ้นเปลืองงบประมาณไม่ต่างกัน
ฝนหยุดตก 3-4 วัน แต่ระดับน้ำหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ ยังทรงตัว แสดงว่าการพร่องน้ำในลำคลองสายหลัก ๆ มีปัญหา ไหนจะปัญหา “กระเป๋าเดินทาง” ของผู้โดยสารตกค้างในสนามบินจำนวนหลายพันใบ, เครื่องบินล่าช้า, ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ถามว่าใครคุมกระทรวงคมนาคม และกำกับดูแล “การบินไทย” ใครคุมกระทรวงดิจิทัลฯ และกรมอุตุฯ ก็คนของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่หรือ?
บริหารประเทศทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง! อีลีท (Elite) คงไม่อุ้มพวกคุณไปตลอดหรอก!!.
พยัคฆ์น้อย



