กรณีนายอำเภอบ้านสร้าง คือภาพสะท้อนความเด็ดขาดที่ชวนตั้งคำถาม
มหาอุทกภัยยังไม่ทันคลี่คลาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดฉากตำหนิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีน บุรี อย่างดุเดือด เหมือนลากมาตบกลางสี่แยก ถึงขั้นระบุว่า น่าอับอายไม่ตั้งใจทำงาน เศร้ามีคนแบบนี้ในระบบการปกครอง สั่งสอบวินัย-ทัศนคติ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างทำงานแย่จริง
จากนั้นกรมการปกครองมีคำสั่งให้นายอำเภอไปช่วยราชการ ก่อนออกคำสั่งใหม่ให้ย้ายไปเป็นนายอำเภอลำสนธิ จ.ลพบุรี หลังเสียงคัดค้านการลงโทษนายอำเภอ ดังกระหึ่ม
สุดท้าย “นายกฯ หนูหนู” ชี้แจงว่า เป็นการโยกย้ายตามความเหมาะสม เพราะอยู่ในตำแหน่งมานาน 5 ปี ไม่ได้กลั่นแกล้ง ไม่เกี่ยวกับการเมือง และขอให้เรื่องจบ
อ้าว! ถ้าเป็นการโยกย้ายตามปกติ แล้วที่เปิดฉากฟาดกันดุเดือดก่อนหน้านี้คืออะไร? นี่แหละปัญหาของผู้นำที่ต้องตอบให้ได้ว่า ใช้ข้อเท็จจริงนำการตัดสินใจ หรือใช้อารมณ์นำ
ตัดภาพมาที่คดีโกงสอบท้องถิ่น ประกาศเอาจริง แต่ 3 ผู้ถูกกล่าวหากลับถูกปล่อยตัว?

“นายกฯหนูหนู” เคยส่งสัญญาณว่าจะจัดการอย่างจริงจัง กลับเกิดคำถามใหญ่ เมื่อผู้ถูกกล่าวหา 3 รายได้รับการปล่อยตัวหลังครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย เพราะ ป.ป.ช. ดำเนินการตามขั้นตอนไม่ทันกรอบเวลาควบคุมตัว
ต้องย้ำว่า การได้รับการปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดฝากขัง ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาพ้นผิด คดียังเดินหน้าต่อได้ตามกระบวนการยุติธรรม
แต่คำถามที่รัฐบาลต้องตอบคือ เมื่อประกาศว่าจะเอาจริงกับการปราบโกง แล้วเหตุใดกระบวนการจึงติดขัดจนผู้ถูกกล่าวหาได้รับการปล่อยตัว?
ผลสอบจะไปถึงตัวการใหญ่ได้จริงหรือไม่ และจะทำอย่างไรไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องหลุดจากกระบวนการยุติธรรมระหว่างทาง? อย่าให้คดีโกงสอบราชการ กลายเป็นเกมวัดใจว่าใครจะหนีทันก่อน!
ป.ป.ช. บอกว่าอยู่ระหว่างจัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา คาดว่าจะดำเนินการในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 หลังพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม นั่นหมายความว่าคดียังไม่จบ แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนกำลังถดถอย
แน่นอน นายกฯ ไม่มีอำนาจสั่งลงโทษใครโดยข้ามขั้นตอนกฎหมาย แต่ในฐานะผู้นำรัฐบาล ต้องตอบให้ได้ว่าจะผลักดันการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างไร และจะป้องกันไม่ให้ข้อจำกัดด้านเวลาทำให้กระบวนการสะดุดซ้ำอีกได้อย่างไร เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคือผลลัพธ์ที่จับต้องได้!
สองคดีนี้มีข้อเท็จจริงและกระบวนการแตกต่างกัน ไม่อาจเหมารวมว่าเกี่ยวข้องกัน
แต่สิ่งที่เปรียบเทียบได้คือ ความเด็ดขาดในการจัดการคน กับประสิทธิภาพในการจัดการระบบ เป็นคนละเรื่องกัน!
นายอนุทิน ถ้าจะเด็ดขาด ก็ต้องเด็ดขาดกับปัญหา ไม่ใช่เด็ดขาดเฉพาะตอนมีคนให้ฟาด!
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เวทีระบายอารมณ์ หรือชี้นิ้วหาคนผิด แต่เป็นตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของรัฐบาลทั้งระบบ
ประชาชนเลือกนายกฯ มาแก้ปัญหาประเทศ ไม่ได้เลือกมาเพื่อให้คนไทยต้องลุ้นทุกวันว่า วันนี้ใครจะโดนฟาด และพรุ่งนี้รัฐบาลจะเอาตัวรอดอย่างไร!.
ดาวฤกษ์



