รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนอยู่บนบัลลังก์สีน้ำเงินแน่น ๆ ด้วยเสียง สส.สนับสนุนเกือบ 300 เสียง แต่ตรวจชีพจรดูแล้ว อาการเหมือนยืนอยู่บนปากเหว

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังคืบคลานเข้ามา เป็นเวทีที่ฝ่ายค้านจะลากรัฐบาลขึ้นเขียง กับหลายโจทย์ร้อนที่ต้อง รอนับศพทางการเมือง

ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชน ไม่ได้หวังชนะด้วยการล้มรัฐบาลกลางสภา เพราะรู้อยู่แล้วว่าเสียงโหวตสู้ไม่ได้

กลยุทธ์ของฝ่ายค้านคือ ตอกลิ่มให้เห็นรอยร้าว แล้วให้ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน

ในเวทีสภารัฐบาลเอาอยู่ ด้วยเสียง สส.จากพรรคร่วมรัฐบาล และอาจมีเสียงจาก ฝ่ายคอย อย่างพรรคกล้าธรรม เข้ามาเติม เพื่อโชว์ถึงสายสัมพันธ์พร้อมจับมือไปด้วยกันในการเข้าร่วมรัฐบาล

แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ การแพ้ในความรู้สึกของประชาชน ก้าวต่อไปของรัฐบาลเท่ากับเดินบนทางวิบาก

โดยเฉพาะโจทย์ร้อน ทั้งคดีฮั้ว สว. คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง โครงการ TH-AI Passport คดีโกงสอบท้องถิ่น ปัญหาอิสราเอลทำตัวเป็นมาเฟีย ปมพ่อทิพย์ อื่น ๆ อีกมากมาย ตบเท้าขึ้นมาเป็นแรงกระแทก

ซึ่งฝ่ายค้านทำการบ้านตีฟูมาก่อนหน้านี้ และจ้องที่จะ ผันศึกในสภาสู่ศึกซักฟอกกลางโซเชียล เป็นเวทีต่อไป

ที่คลิปอภิปรายหนึ่งนาที จะฝังอยู่ในใจคน และพลพรรคโซเชียลพร้อมที่จะตัดสินทันที

และฝ่ายรัฐบาล ยังมีโจทย์เพิ่ม คือการบริหารความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย เพราะความเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ขณะเดียวกัน ศึกซักฟอกครั้งนี้ พรรคส้มเองก็ต้องระวังแรงสะเทือนเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมา

ช่วงเวลานี้ พรรคประชาชน ต้องพิสูจน์การทำหน้าที่ฝ่ายค้านเบอร์หนึ่ง เพื่อเรียกศรัทธากลับคืน หลังจากถูกเย้ยหยัน เป็นพรรคเด็กน้อย ไม่ทันเกมการเมือง จนต้องพ่ายศึก MOA ไปยกมือโหวตตั้งรัฐบาล อนุทิน 1”

ถ้าข้อมูลแน่น ประเด็นคม และอภิปรายเข้าเป้า พรรคส้ม ก็โกยแต้มฟื้นศรัทธายาว ๆ ไป แต่ถ้าเปิดประเด็นใหญ่แล้วหลักฐานไม่ถึง ไม่มีใบเสร็จให้จับโกงได้ หรือซักฟอกแล้วกลายเป็นแค่ดีแต่พูด ไร้หมัดน็อก ฝ่ายค้านจะโดนน็อกเสียเอง

ศึกครั้งนี้ จึงเป็นตัววัดว่า พรรคส้มโตพอหรือยัง หรือยังคงเป็นพรรคเด็กน้อยที่ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนา กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูกันไปอีกนาน  และถ้าพลาดศึกนี้ คนที่จะโดนย้อนศรถูกซักฟอกกลับหนักที่สุดจะเป็น พรรคฝ่ายค้านเอง จึงเป็นเวลาที่ต้องโชว์ศักยภาพว่าจะทำให้รัฐบาลสะเทือนได้หรือไม่

ส่วนรัฐบาลต้องพิสูจน์ว่า แต้ม สส. เกือบ 300 เสียง ยังยืนหนึ่งเป็นทีมเดียวกัน และพร้อมรับทุกแรงกระแทกไปด้วยกัน 

คำถามที่ว่า ใครกันแน่ที่ต้องกลัว? ต้องตอบว่า ไม่ใช่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่คือ คนที่ประเมินเกมการเมืองต่ำกว่าความเป็นจริง

ศึกซักฟอกครั้งนี้ อาจมีคนชนะในสภา แต่แพ้เกมโซเชียล บางคนอาจแพ้ในเกมอภิปราย แต่ได้คะแนนจากประชาชน และบางคนอาจไม่ได้ถูกอภิปรายหนักที่สุด แต่กลับเป็นคนที่ต้องกลับไปนั่งคิดหนักที่สุดว่า หลังจบศึกครั้งนี้ จะยังจับมือกันแน่นเหมือนเดิมหรือเปล่า?

เพราะการเมืองไม่มีคำว่าเสียงเยอะแล้วจบ ตราบใดที่ยังมีรอยร้าวที่เปิดให้ฝ่ายค้านเจาะ

และถ้าแต่ละพรรคยังมีเป้าหมายของตัวเอง บัลลังก์สีน้ำเงินเกือบ 300 เสียงก็สะเทือนได้. 

“ดาวฤกษ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่