อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีที่นักข่าวขนานนามว่า ผู้ดีรัตนโกสินทร์ ด้วยชาติตระกูลขุนนาง บุคลิกเป็นผู้ดีแบบนักการทูต แต่งตัวเนี้ยบ แต่อีกด้าน นักข่าวก็เรียกด้วยความหมั่นไส้ เพราะเข้าไม่ค่อยถึง
บนเวทีเสวนา หงส์ลายมังกร หนังสือหนา 703 หน้าของนักเขียนนามอุโฆษ พี่ติ๋ม วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย วันเปิดตัวหนังสือ มี รศ.ดร.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ ดำเนินรายการ ธีรยุทธ์ บุญมี, ดร.อาสา คำพา จากธรรมศาสตร์ ผู้ทำวิจัยบทบาทนายอานันท์กับภาคประชาสังคม ไว้ในหนังสือเล่มนี้ และเจ้าของเครือมติชน ปราบต์ บุนปาน ร่วมวงพูดคุย
หงส์ลายมังกร หม่อมอุ๋ย VS อานันท์ (1)
เป็น ปราบต์ ที่บอกว่า นายอานันท์ เป็นอนุรักษนิยมที่เป็นเสรีนิยม ขณะ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เห็นว่า นายอานันท์ คือ นักประชาธิปไตยที่แท้จริง ใครอาจแย้ง ทำไมรับใช้เผด็จการ แต่เรื่องนี้เป็นความย้อนแย้งอย่างหนึ่งในประเทศที่ยึดอำนาจบ่อยครั้ง แทคโนแครตหลายคน เข้าร่วมรัฐบาลทหารด้วยความรู้สึกว่า การยึดอำนาจเกิดขึ้นแล้ว แก้ไขไม่ได้ นอกจากเอาความรู้ที่มีเข้าไปช่วยไม่ให้ประเทศติดหล่มมากกว่านี้ นายอานันท์ ก็คงคิดเช่นนั้น….?!?
กลับมาที่เวทีเสวนา เมื่อ ปราบต์ บุนปาน จงใจยั่ว ยกคำพูด จี้ใจดำ “สนุกมากหรือที่เห็นเด็กเข้าคุก สนุกมากหรือที่เห็นเด็กทรมาน และไม่ได้ประกันตัว ทำได้อย่างไร ไม่ละอายใจตัวเองบ้างหรือ จับเด็กเข้าคุกเป็นว่าเล่น” ทิ้งท้าย ก่อนที่ นายอานันท์จะพูดปิดท้ายหนังสือ หงส์ลายมังกร (นายอานันท์เคยเป็นทูตยูนิเซฟของ UN)
แม้อายุ 94 ปี ต้องมีพยาบาลช่วยพยุง แต่สมองนั้นแจ่มใสสวนทางสภาพร่างกายที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา คำพูดสะกิดความทรงจำนี้ คือห้วงเวลาที่นักศึกษา “ม็อบสามนิ้ว” ลุกขึ้นเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง หลังระบอบ 3 ป.ใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจกว่า 5 ปี แต่ไร้วี่แววคืนอำนาจให้ประชาชนตามสัญญา “ขอเวลาอีกไม่นาน” เหตุเกิดปี 62-63 ก่อนโควิดระบาดหนัก รัฐบาล 3 ป. ใช้ความรุนแรงปราบปรามม็อบสามนิ้วจนเป็นข่าวทั่วโลก หลายคนติดคุก เช่น อานนท์ นำภา ถูกศาลสั่งติดคุกกว่า 30 ปี ในคดี ม.112 และหลายคนหนีออกนอกประเทศ
คำพูดนายอานันท์ครั้งนั้นฮือฮามาก เป็นข่าวพาดหัวหลายสื่อ คนส่วนหนึ่งไม่พอใจมาก แต่สำหรับเรา นี่คือ ฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีความกล้าหาญ เอาตัวเข้าเสี่ยง เป็นเสียงกระตุกเตือนสังคม ท่ามกลางความเงียบงันอันน่ากลัว
“ขอบคุณคำพูดตอนสุดท้าย (ของปราบต์) ตอนนั้นพูดเสร็จ ทัวร์ลงทันที ผมกลายเป็นผู้ร้าย เป็นมารร้ายของสังคม เป็นคนให้ท้ายเด็ก เห็นเด็กดีไปหมด ซึ่งไม่ใช่ แต่นั่นบอกนิสัยโดยตรงของผม บอกว่านายอานันท์คือใคร มาจากไหน เดินมาไกลเท่าไหร่ มีความกระอักกระอ่วนใจมากแค่ไหน ไม่ใช่ชีวิตส่วนตัว แต่เป็นชีวิตของประเทศชาติ ผมไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า พูดปากเปล่า จึงถ่ายทอดความรู้สึกแท้จริงของเรา ถ่ายทอดเราเป็นใครมาจากไหน ใครยังไม่รู้จักนายอานันท์ ก็จะได้รู้จักผม” ทั้งห้องเงียบกริบ แม้คนอยู่เต็ม เสียงนายอานันท์ ยังพูดต่อไป
ไม่มีอนุรักษนิยม มีแต่ อำนาจนิยม เรียกเสียงปรบมือแทรกความเงียบ “สังคมไทยฟังไม่ค่อยเป็น แต่พูดเก่ง ไม่ค่อยยอมรับความเห็นต่าง มองความเห็นต่างเป็นปฏิปักษ์ สังคมที่เห็นตรงกันหมดไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่เป็นสังคมเผด็จการ สังคมที่มีความคิดหลากหลายเป็นสังคมที่น่าอยู่ แสดงว่ายังมีความหวัง” คำพูดอดีตผู้เจอข้อหาคอมมิวนิสต์
ห้องยังคงเงียบกริบ “ใครที่ยังไม่เข้าใจ ผมขอให้มาฟังที่ผมพูดอีกครั้งหนึ่ง ช่วยพิจารณาใหม่ว่าที่ผมพูด ผิดหรือไม่จริงหรือ สิ่งที่ทำการมาแล้ว ทำให้ประเทศชาติดีขึ้นมั้ย ถึงเวลาที่คนไทยต้องตื่นตัว ปรับความคิดใหม่ ไม่ใช่เพื่อเอาใจผม เอาใจเด็ก แต่ปรับเรื่องความคิด เรื่องสิทธิมนุษยชน คุณค่าของการอยู่ร่วมกันโดยไม่ประหัตประหารกัน คุณค่าของความสามัคคี” อีกหลายประเด็นที่นายอานันท์เอ่ยถึง ใครสนใจเชิญดูใน “ยูทูบ” มติชน ทีวีนำลงไว้เรียบร้อยแล้ว
“อ่านแล้วเพลิดเพลิน ถ่ายทอดคุณลักษณะบางอย่างของผมได้อย่างดี” พูดถึงหนังสือที่เป็นชีวประวัติของตนเอง หงส์ลายมังกร หนังสือทรงคุณค่าที่ควรหาซื้อไว้อ่าน เล่มหนาก็อย่าเพิ่งท้อใจ ค่อย ๆ อ่าน แค่ดูรูป ก็คุ้มแล้ว.
ดาวประกายพรึก



