ประกาศมาตั้งแต่ปี 2560 วันนี้เลื่อนไปปี 2575–2578 ยังไม่มีเสาต้นแรก ….รถไฟฟ้าในหัวเมืองใหญ่ของไทยกำลัง “นับหนึ่งใหม่” อีกครั้ง
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งความคืบหน้าโครงการระบบรางในเมืองหลักภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก และหาดใหญ่ จ.สงขลา ตามนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ที่ให้ทบทวนและปรับปรุงแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน


รถเมล์ EVมาก่อนรถไฟฟ้าทีหลัง
ระหว่างทบทวน รฟม. ร่วมกับท้องถิ่นและกรมการขนส่งทางบก ทดลองนำรถโดยสาร EV วิ่งตามเส้นทางและจุดจอดที่กำหนดไว้ในผลศึกษา เพื่อดูพฤติกรรมการเดินทางและตรวจว่าตัวเลขจริงตรงกับประมาณการหรือไม่ ใช้เวลาราว 1 ปี ขณะนี้ภูเก็ตเริ่มวิ่งแล้ว ส่วนเชียงใหม่และนครราชสีมายังหาผู้เดินรถ
เมื่อถามว่า รถ EV วิ่งเส้นทางเดียวกันแล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนจะย้ายมาขึ้นรถไฟฟ้า ผู้ว่าการ รฟม. ตอบว่า รถไฟฟ้าเร็วกว่าและคาดเวลาเดินทางได้แม่นยำกว่า จะพยายามตั้งค่าโดยสารให้ใกล้เคียงรถ EV




ปฏิทินใหม่ไกลไปเกือบ10ปี
เชียงใหม่และโคราช เดิมจะเสนอบอร์ด รฟม. ปลายปี 2569 ต้องขยับไปอีกราว 1 ปี เป้าหมายใหม่คือเปิดสายสีแดงเชียงใหม่และภูเก็ตระยะที่ 1 ในปี 2575 สายสีส้มโคราชปี 2577 ส่วนพิษณุโลกอยู่ระหว่างทบทวนให้สอดคล้องกับรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ–พิษณุโลก–เชียงใหม่ จึงยังไม่ตั้งเป้า
โมโนเรลหาดใหญ่ต้องรอ พ.ร.ฎ. ให้ รฟม. ดำเนินกิจการในพื้นที่สงขลาประกาศใช้ก่อน คาดเริ่มศึกษาปี 2570 โดยนำผลศึกษาเดิมของ อบจ.สงขลามาปรับ พร้อมบทเรียนมหาอุทกภัยปี 2568 ให้ระบบทนน้ำท่วมและช่วยอพยพคนได้ ตั้งเป้าก่อสร้างปี 2574 เปิดบริการปี 2578
สรุปได้ว่ายังวนลูปศึกษาต่อไป รอลุ้น อีก 6–10 ปีข้างหน้า จะได้ใช้จริงหรือไม่




คำสัญญาที่ยังไม่มีเสา
โครงการใน 4 จังหวัด คือ ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา และพิษณุโลก ผลักดันมาตั้งแต่ยุค คสช. ปี 2560 เคยศึกษาจบแล้ว และมีแผนก่อสร้างช่วงปี 2563–2565 อดีตผู้บริหาร รฟม. เคยประกาศว่า รถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) ภูเก็ตจะเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของรฟม.ที่จะสร้างในต่างจังหวัด โดยเริ่มสร้างปี 2563 เสร็จปี 2567 แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีเสาตอม่อแม้แต่ต้นเดียว
ปัญหาหลักอยู่ที่นโยบายการเมือง ยุ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม มีนโยบายรื้อผลศึกษา เปลี่ยนเป็น ART รถเมล์ไฟฟ้าล้อยางคล้าย BRT เพื่อลดต้นทุน ครั้นเปลี่ยนมือสู่ยุค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็สั่งชะลอรถไฟฟ้าต่างจังหวัดทั้งหมด ขอทำรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ และนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทให้สำเร็จก่อน ส่วนภูเก็ตให้เร่งโครงการถนน เช่น ทางด่วนกะทู้–ป่าตอง เพื่อลดผลกระทบประชาชนในช่วงก่อสร้างรถไฟฟ้า
โครงการอื่นก็ต้องกลับไปเริ่มใหม่ทั้งหมด สายสีแดงเชียงใหม่ 15.7 กม. ล่าสุดยังต้องศึกษาใหม่ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่ให้เชื่อมแหล่งท่องเที่ยว ระยะทางเพิ่ม 5 กม. ส่วนสายสีเขียวโคราช 11.15 กม. ถูกเปลี่ยนเส้นทางเป็นสายสีส้ม 18.9 กม. ตามข้อเสนอผู้คนในพื้นที่

ท้องถิ่นลงมือเอง ก็ไปไม่รอด
ใช่ว่ารอรัฐบาลกลางอย่างเดียว ท้องถิ่นเคยลองมาแล้ว โมโนเรลหาดใหญ่ จ. สงขลา ศึกษาเสร็จก่อนใครเมื่อปี 2560 อบจ.สงขลาลั่นวาจาหลายรอบจะก่อสร้าง สุดท้ายต้องยกธงขาว โอนให้ รฟม. ทำแทน
ขอนแก่นก็ไม่ต่างกัน 6 ปีก่อน จังหวัดและเอกชนโชว์ความมั่นใจว่าจะสร้างแทรมสายสีแดง ช่วงสำราญ–ท่าพระ 26 กม. วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท เริ่มปี 2562 เปิดปี 2565 ด้วยพลังชาวขอนแก่น ไม่ใช้งบรัฐบาล แต่ถึงวันนี้ยังก่อสร้างไม่ได้ เพราะไม่มีแหล่งเงิน




จ้างศึกษาเก่ง เมื่อไรจะเก่งจ้าง?
รถไฟฟ้า 6 เมือง ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา พิษณุโลก หาดใหญ่ (จ.สงขลา) และขอนแก่น มีแค่ชื่อเป็นเครื่องประดับ ขณะที่การศึกษาวนเวียนมานานกว่า 10 ปี โดยไม่เคยเปิดเผยงบประมาณการจ้างศึกษาทั้งหมดให้สาธารณชนได้เห็น คาดกันว่าค่าศึกษาทั้งเก่าและใหม่ตกโครงการละนับร้อยล้านบาท หากนำมากองรวมกัน อาจสูงกว่าเสาตอม่อรถไฟฟ้าที่ยังไม่มีใครได้เห็นเสียอีก
เสียงจากประชาชนผู้เฝ้าเชียร์รถไฟฟ้าดังมาเนิ่นนาน แต่ไม่ว่าจะดังเพียงใด เสาตอม่อก็ยังไม่ผุดขึ้นมาสักต้น
ทิ้งท้ายถึงผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยทบทวนกันอย่างจริงจัง อย่าเก่งแต่จ้าง(ศึกษา) แต่ขอให้เก่งจ้างให้คุ้มด้วย พิจารณาความคุ้มค่า จ้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และวางแผนให้การศึกษาไปสู่การลงมือทำจริง เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคือรถไฟฟ้าที่วิ่งได้จริง ไม่ใช่ผลการศึกษาเล่มใหม่.
……………………………………………….
นายสปีด
***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่…



