ขณะกำลังนั่งพิมพ์ต้นฉบับ ได้เห็นหนังสือเชิญสื่อมวลชนไปทำข่าวนายณภัทร วินิจฉัยกุล ซูเปอร์บอร์ด กสทช. หรือกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. จะไปยื่นหนังสือให้ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เพื่อให้ กสทช.ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในบทบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯอย่างเคร่งครัด และยกเลิกประกาศที่เกี่ยวข้องซึ่งลดทอนอำนาจตัวเอง แล้วมีคำสั่งไม่ให้มีการควบรวมกิจการของสองค่ายโทรศัพท์มือถือ “ทรู-ดีแทค” เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้ใช้บริการและประชาชน รวมถึงศักยภาพทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย

เรื่องราวการควบรวมกิจการของค่ายมือถือ และธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมไทยอย่างกว้างขวางถึงผลกระทบของประชาชนผู้บริโภค รวมทั้งธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องล้มหายตายจากกันมากขึ้นช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จากสภาวะปัญหาความเหลื่อมล้ำ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ในขณะที่หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างทรู-ดีแทค และการค้าปลีก–ค้าส่ง สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม โดยมีการเชิญผู้แทนจากกสทช. และคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการของ 2 หน่วยงานดังกล่าว

หลังจากนั้น กมธ.ได้มีความคิดเห็นกันมากมายต่อการดำเนินการควบรวมกิจการระหว่างทรู-ดีแทค จนได้ข้อสรุปว่า กมธ. มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการรวมกิจการที่น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นระหว่างทรู-ดีแทค ช่วงเดือน เม.ย.นี้

พร้อมกับมีคำถามถึงความจำเป็นในการควบรวมกิจการ เมื่อควบรวมแล้วเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจรือไม่ หากเป็นไปได้ยังไม่อยากให้เกิดการควบรวมในขณะนี้ เนื่องจากมีหลายประเด็นเป็นข้อกังวลของ กมธ.

เช่น 1.เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสทช. ที่ยังไม่เรียบร้อย ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่า การจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตครั้งนี้ คณะกรรมการชุดเก่า หรือชุดใหม่จะต้องเป็นผู้พิจารณา เพราะในกระบวนการมีความคาบเกี่ยวกันอยู่

2.ประเด็นเรื่องของการตีความกฎหมาย กฎ กติกาในการควบรวมที่ยังไม่ชัดเจนว่า หน่วยงานผู้กำกับดูแลควรดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ถอดใจความ "ทรู x ดีแทค" บ.โทรคมนาคมต้องไม่เป็น "Dump Pipe" อีกแล้ว - Brand  Buffet

3.ข้อมูลรายงานการศึกษาผลกระทบต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวของต่างประเทศที่หน่วยงานได้นำมาประกอบพิจารณาเป็นผลการศึกษาที่ไม่ทันสมัย ไม่มีความเป็นปัจจุบัน ไม่ทันต่อบริบทที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

4.การคัดเลือกที่ปรึกษาอิสระของ กสทช. เพื่อมาพิจารณาให้ความคิดเห็นหรือจัดทำรายงานเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ กสทช. ตามกฎหมาย พบว่าคุณสมบัติของที่ปรึกษาอิสระนั้น อาจไม่มีความเป็นอิสระจริง และ 5.มาตรการของหน่วยงานกำกับที่จะดำเนินการในการควบคุมกำกับดูแลต่อการควบรวมกิจการครั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การควบรวมดังกล่าวไม่เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและประชาชน

หาก 5 เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ยังคงมีการดำเนินการควบรวมต่อไป อาจส่งผลกระทบและเกิดผลเสียหายต่อประชาชนได้ กมธ.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน จึงเห็นควรให้ชะลอการควบรวมกิจการ 2 ค่ายมือถือออกไปก่อน

เนื่องจากเกรงว่าจะซ้ำรอย! การควบรวมธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ที่ยังไม่มีการติดตามมาตรการและเงื่อนไขก่อนการควบรวม ว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่?.