สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่าสำนักงานตรวจสอบนิวเคลียร์ญี่ปุ่น (เอ็นอาร์เอ) ออกแถลงการณ์ เมื่อวันพุธ เรื่องการอนุมัติขั้นต้นให้กับแผนการดำเนินงานของบริษัทผลิตไฟฟ้าโตเกียว (เทปโก) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ในการทยอยปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี ที่ผ่านกระบวนการกรองเพื่อลดสารอันตรายลงไม่น้อยกว่า 40% ลงสู่ทะเล


การอนุมัติของเอ็นอาร์เอเกิดขึ้น 1 เดือน หลังการทำประชาพิจารณ์ และการสำรวจตรวจสอบขั้นตอนหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการปล่อยน้ำเสีย อย่างไรก็ตาม เทปโกยังคงต้องเจรจาด้วยตัวเองกับผู้นำชุมชนในบริเวณนั้น เพื่อขอรับการยินยอมให้มีการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งจะผ่านเขตชุมชนในพื้นที่ เพื่อเป็นเส้นทางไหลของน้ำเสียลงสู่ทะเล


ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีมติ เมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ทยอยปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะประมาณ 1.25 ล้านตัน จากอ่างเก็บ 1,020 แห่ง ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากอ่างเก็บน้ำเสียภายในโรงไฟฟ้าที่รองรับปริมาณน้ำได้สูงสุด 1.37 ล้านตัน จะเต็มความจุภายในปี 2565 พร้อมทั้งย้ำว่า “เป็นหนทางหลีกเลี่ยงไม่ได้” และ “เป็นวิธีการซึ่งเป็นไปได้มากที่สุด” ในการกำจัดน้ำเสียเหล่านี้ และไม่สามารถเลื่อนกำหนดการได้อีกแล้ว


ด้านเทปโกยืนยันการใช้ครื่องกรองน้ำเสียประสิทธิภาพสูง เพื่อคัดแยกสารอันตรายออกจนเกือบหมด คงเหลือเพียงทริเทียม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าต้องเป็นการบริโภค “ปริมาณมหาศาล” จึงจะก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ตาม ประชาชนและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้านของญี่ปุ่น โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ ยังคงเรียกร้องรัฐบาลโตเกียว “ทบทวนมาตรการ”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES