เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) ปาฐกถาพิเศษ “Museum Talk” เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์สากล 18 พ.ค. 2565 ที่กรมศิลปากร อาคารเทเวศร์ ว่า เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์สากลประจำปี 2565 ได้กำหนดทิศทางในหัวข้อ พลังของพิพิธภัณฑ์ Power of Museums ซึ่งแสดงให้เห็นความสำคัญของการรวมตัวของพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เกิดพลังที่นำการเปลี่ยนแปลงแก่โลก โดยจากฐานข้อมูลศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร สำรวจจำนวนพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 1,528 แห่ง  ทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร พิพิธภัณฑ์หน่วยราชการ สถานศึกษา เอกชน และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ชุมชนซึ่งมีจำนวนมากที่สุด พิพิธภัณฑ์เหล่านี้ถือเป็นสถาบันแห่งความรู้ ทำหน้าที่เก็บรักษา รวบรวม บันทึกหลักฐานที่แสดงถึงความรู้ของผู้คนในแต่ละยุคสมัย แต่ละภูมิภาค แต่ละชุมชน  พิพิธภัณฑ์จึงเป็น “คลังสมองทางวัฒนธรรม” ที่ไม่เพียงทำหน้าที่สื่อสารให้การเรียนรู้แก่เยาวชน แต่ยังเป็นแหล่งทุนทางวัฒนธรรม Soft Power ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นายอิทธิพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเทศไทยแล้ว วัฒนธรรมนับเป็น Soft Power ที่โดดเด่นในระดับโลก จากสถิติที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆในการจัดลำดับแหล่งวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันจะมาเยี่ยมของหลายสถาบันอยู่เสมอ ไม่เพียงด้านการท่องเที่ยว ด้านอาหาร ต้มยำกุ้ง ก็เป็นที่รู้จักทั่วโลก เช่นเดียวกับศิลปะการแสดงโนรา ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งองค์ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมดังกล่าวได้จัดแสดงเผยแพร่ในพิพิธภัณฑ์โนราเติม วิน วาด จ.สงขลา  และการแสดงเรื่องราวของศิลปินหมอลำท้องถิ่นเมืองร้อยเอ็ดที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด รวมถึงเรื่องราวของแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง เป็นต้น พิพิธภัณฑ์จึงนับเป็นแหล่งทุนทางวัฒนธรรมสำคัญ เป็นทุนทางปัญญาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ผ่านมา วธ.ได้เข้าทำงานกับพิพิธภัณฑ์ชุมชนหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์นราธิวาส พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เป็นต้น เพื่อเป็นภาคีเครือข่ายองค์ความรู้ ในการขับเคลื่อนโครงการ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ที่มุ่งประชาสัมพันธ์นำวิถีวัฒนธรรมพื้นถิ่นเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สร้างให้เกิดรายได้ เสริมคุณค่า และพัฒนาสังคมในเวลาเดียวกัน


รมว.วธ. กล่าวอีกว่า สำหรับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั้ง 42 แห่ง ของกรมศิลปากร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่สำคัญ ในช่วงปีที่ผ่านมาได้พัฒนาปรับปรุงการจัดแสดงที่ทันสมัย เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งกระตุ้นให้คนไทยเข้าเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ปิดประเทศเนื่องจากโรคโควิด-19 ระบาด และหลังเปิดประเทศ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงมีความพร้อมรองรับนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยังเป็นคลังสมองทางวัฒนธรรมจากอดีตที่ให้โอกาสการเรียนรู้ สืบทอดภูมิปัญญานำไปพัฒนา สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่แสดงเอกลักษณ์ไทย เช่น โครงการพิพิธภัณฑ์บันดาลไทย ที่กรมศิลปากรจัดขึ้นโดยชวนน้องนักเรียนมัธยมปลายเข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และเชิญนักออกแบบคลิปอาร์ต มาร่วมให้ความรู้เทคนิคการสร้างสรรค์สื่อคลิปอาร์ตจากแรงบันดาลใจศิลปกรรมโบราณที่พบในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ