สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่า สำนักงานคณะผู้แทนถาวรซีเรียประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์ หลังสหรัฐเปิดเผยผลการสืบสวนสอบสวนเป็นการภายใน เกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง 2 ครั้ง ใกล้กับเมืองบากุซ ทางตะวันออกของซีเรีย เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2562 ส่งผลให้ผู้หญิงและเด็กเสียชีวิตรวมกันจำนวนมาก “ไม่ละเมิดกฎการปะทะและกฎหมายสงครามระหว่างประเทศข้อใด” นั้น “เป็นเรื่องย้อนแย้ง”
เนื่องจากในความเป็นจริงนั้น ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในซีเรีย “ผิดกฎหมาย” โดยการต่อต้านการก่อการร้าย “เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น” อีกทั้งยังเป็นการดำเนินการที่ไม่เคยได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลซีเรีย ด้วยเหตุนี้ สหรัฐจึงควรถอนทหารทั้งหมดออกไป และจ่ายค่าชดเชยให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด
Reacting to the Pentagon report, the mission told Newsweek that the U.S. must immediately withdraw its troops and pay for its actions.https://t.co/u4UXEuPzBE
— Newsweek (@Newsweek) May 21, 2022
ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลดามัสกัสเกิดขึ้น หลังกระทรวงกลาโหมของสหรัฐเผยแพร่รายงานว่า “ไม่มีทางอเมริกันแม้แต่นายเดียวกระทำผิดวินัย” ต่อเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองบากุซ “ซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองตามกฎหมาย” เนื่องจากในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดนั้น 52 รายเป็นสมาชิกไอเอสและกลุ่มหัวรุนแรงอื่น 4 รายเป็นพลเรือน ส่วนในจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 คน แบ่งเป็นพลเรือน 15 คน และสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรง 2 คน
A U.S. airstrike in 2019 that killed dozens of civilians in Syria was buried by the military. An investigation by The New York Times pieced together what happened. https://t.co/8sbq3ajmc6
— The New York Times (@nytimes) November 13, 2021
ทั้งนี้ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เป็นสื่อแห่งแรกของสหรัฐที่เผยแพร่รายงานชิ้นนี้ เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า การโจมตีครั้งนั้น “มีความชอบธรรม” และระบุจำนวนผู้เสียชีวิตในวันนั้นมีจำนวน 80 ราย รวมถึงสมาชิกกลุ่มไอเอส 16 ราย และประชาชนทั่วไป 4 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต “อีกประมาณ 60 ราย” นั้น “ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นพลเรือนหรือไม่” เนื่องจากผู้หญิงและเด็ก “อาจเป็นนักรบได้เช่นกัน”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



