สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ว่า กองทัพสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการตรวจสอบความพร้อมของระบบขีปนาวุธหลายรุ่น รวมถึง “ฮยอนมู-2” ร่วมกับกองทัพเกาหลีใต้ โดยการฝึกซ้อมเกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือ และขีปนาวุธตกลลงในเขตห่างไกลของทะเลตะวันออก


สำหรับการฝึกซ้อมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายในเวลาไม่นาน หลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 3 ลูก ตกลงในทะเลตะวันออกเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งที่ 17 ของรัฐบาลเปียงยางในปีนี้ โดยขีปนาวุธลูกแรกที่มีการยิงออกมา ต้องสงสัยเป็นขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) “ฮวาซอง-17” สามารถเดินทางได้ไกลประมาณ 360 กิโลเมตร และไต่ระดับได้สูงสุด 540 กิโลเมตร


ตามด้วยขีปนาวุธพิสัยใกล้ ( เอสอาร์บีเอ็ม ) ซึ่งไต่ระดับได้ประมาณ 20 กิโลเมตร “ก่อนหายไป” หรืออีกนัยหนึ่งคือ “ล้มเหลว” ส่วนขีปนาวุธลูกที่สามยังคงเป็นเอสอาร์บีเอ็ม เคลื่อนที่ได้เป็นระยะทางประมาณ 760 กิโลเมตร และไต่ระดับได้ประมาณ 60 กิโลเมตร

ขณะที่ ประธานาธิบดีธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ประณามการที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ 3 ลูก “เป็นเจตนายั่วยุอย่างร้ายแรง” และยืนยันว่า เกาหลีใต้สามารถ “ตอบสนองได้อย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ” ต่อทุกการข่มขู่คุกคามทุกรูปแบบจากรัฐบาลเปียงยาง


ด้านนายคิม แท-ฮโย รองที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ มองว่า การทดสอบขีปนาวุธในเวลาไล่เลี่ยกัน 3 ครั้งของเกาหลีเหนือ น่าจะเป็นการเตรียมการสำหรับการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งต่อไป ซึ่งจะเป็นครั้งที่ 7 และหากเกิดขึ้นในปีนี้ จะเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ต่อจากการทดสอบเมื่อปี 2560.

เครดิตภาพ : REUTERS