ต้น“ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน” สามารถเริ่มออกดอกติดผลให้ผลผลิต หลังจากปลูกและดูแลบำรุงต้นชมพู่ไต้หวันได้ราว 6 เดือน ต้นชมพู่ไต้หวันก็จะพร้อมให้ผลผลิตได้เก็บเกี่ยวได้บ้าง 5-10 กก. แต่จะเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่ในปีที่ 2 เป็นต้นไป เพราะด้วยขนาดต้นและทรงพุ่มที่โตมากพอควรแล้ว โดยต่อการออกดอก 1 รุ่น สามารถห่อผลได้ครั้งละ 40-80 ถุง (ขึ้นอยู่กับขนาดของทรงพุ่ม) หรือเป็นน้ำหนักก็ประมาณ 30-50 กก. ต่อต้น ซึ่ง 1 ถุงห่อจะเลือกไว้ผล 3-5 ผลจะเหมาะสมที่สุด จะได้ชมพู่ที่มีคุณภาพ ทรงผลสวยและผลใหญ่

การห่อผลชมพู่นั้น การปลิดผลที่มากเกินไป จึงมีความสำคัญมากเพราะจะเป็นการกำหนดขนาดและน้ำหนักของผลชมพู่ว่าจะมีผลเล็กหรือใหญ่เพียงใดโดยหลักการง่ายๆ ยิ่งไว้ผลมากผลยิ่งเล็ก อย่างการไว้ผล 5 ผลต่อช่อขึ้นไป ย่อมทำให้ชมพู่มีขนาดผลเล็ก ไว้ผลน้อยก็ยิ่งจะได้ชมพู่ผลใหญ่ ดังนั้นต้องเลือกไว้ผลอย่างเหมาะสม ซึ่งการออกดอกชมพู่จะออกบริเวณกิ่งในทรงพุ่มและส่วนยอด (แล้วแต่สายพันธุ์) หลังจากดอกได้รับการผสมแล้วก็จะติดเป็นผล ที่มีขนาดเล็กมีลักษณะคล้ายถ้วย

หลังจากนั้นผลจะขยายใหญ่มีสีเข้มขึ้นเป็นทรงผลชมพู่ขนาดเล็ก เกษตรกรควรทำการปลิดผลที่ถูกโรคแมลงทำลาย โดยเฉพาะผลชมพู่ที่แมลงวันทองเจาะทำลายและเพลี้ยไฟทำลายผิว คนห่อต้องเลือกปลิดทิ้งไป ผลที่มีขนาดเล็กหรือรูปร่างผิดปกติออก โดยเหลือไว้ช่อละ 3-5 ผลเท่านั้น กรณีที่มีช่อผลหลายๆ ช่ออยู่มากในกิ่งเดียวกัน ไม่ควรเก็บไว้ ให้เลือกปลิดช่อที่มากเกินไปออก อย่างการออกดอกของชมพู่ไต้หวันทั้งชมพู่ยักษ์ไต้หวัน นิสัยจะออกดอกเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งอาหารกันเอง ทำให้ผลมีขนาดเล็ก และจำนวนการห่อไม่ควรมากเกินไป โดยให้สัมพันธ์กับทรงพุ่มและความสมบูรณ์ของต้น
การห่อผลทำให้ผิวสวยป้องกันการทำลายจากแมลงวันทอง ก่อนห่อผลแนะนำให้ฉีดพ่นฮอร์โมนช่วยบำรุงดอก เช่น โบรอน (B) เพื่อช่วยผสมเกสรง่ายและติดผลดก ฉีดพ่นสัก 2-3 ครั้ง คือช่วงเริ่มออกดอก ดอกเริ่มบาน และหลังเกสรดอกเริ่มโรย การห่อผลชมพู่ จะทำควบคู่กับการปลิดเลยในเวลาเดียวกัน ในการห่อผลนี้เกษตรกรจะเลือกถุงพลาสติกแบบมีหูหิ้วสีขาวขุ่นเจาะ 3-5 รู หรือใช้มีดกรีดก้นถุงเพื่อให้เป็นรูระบายน้ำออกและระบายอากาศ

ก่อนห่อจะใช้วิธีฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลง คือ ไซเพอร์เมทริน อัตรา 10 ซีซี เพื่อฆ่าแมลงศัตรูที่อาจจะเกาะที่ผล เช่น เพลี้ยไฟ+ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน อัตรา 2 ซีซี เพื่อทำให้ทรงผลชมพู่ยาวและขยายขนาดผล+เทรนเนอร์ 10 ซีซี เพื่อช่วยบำรุงผล ผสมทั้งหมดในน้ำ 5 ลิตร โดยจะแบ่งใส่ในกระบอกฉีดน้ำหรือฟ็อกกี้ เมื่อปลิดผลเสร็จ จะฉีดด้วยสารและฮอร์โมนดังกล่าว แล้วจึงห่อด้วยถุงพลาสติกมีหูหิ้ว ขนาด 7×15นิ้ว โดยจะผูกปากถุงด้วยเงื่อนชั้นเดียวอาจจะผูกโยงถุงด้วยเชือกฟางเพื่อไม่ให้กิ่งฉีกหักเมื่อผลชมพู่โตน้ำหนักก็จะมากขึ้น หลังจากห่อผลได้ราว 1 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวชมพู่ขายได้ การผลิตชมพู่ยักษ์ไต้หวันให้มีคุณภาพดีและรสชาติหวานกรอบอย่างที่สวนคุณลี จ.พิจิตร โทร.08-1886-7398 ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต 15 วัน ควรจะใส่ปุ๋ยเพิ่มความหวานสูตร 13-13-21 อัตราต้นละ 500 กรัมต่อต้น (ต้นชมพู่อายุ 2-3 ปี) แต่ถ้าต้นชมพู่ยักษ์ไต้หวันมีอายุต้น 4-5 ปีขึ้นไปให้ใส่ต้นละ 1 กิโลกรัม ด้วยชมพู่จัดเป็นไม้ผลที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น คือหลังจากดอกโรยและถอดหมวกมีขนาดผลเท่าหัวนิ้วโป้ง จะใช้เวลาเลี้ยงผลเพียง 25-30 วัน จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้



