เมื่อวันที่ 30 พ.ค. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้วันที่ 12 ส.ค.ของทุกปี เป็นวันผ้าไทยแห่งชาติ ตามที่ วธ.เสนอ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 ส.ค. 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอนุรักษ์ ส่งเสริม สืบสานผ้าไทย ทรงมีพระวิริยอุตสาหะ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมเรื่องผ้าไทยเป็นที่ประจักษ์มายาวนาน จากสิ่งทอท้องถิ่นที่สูญหายไป ให้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ สืบสานและต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย โดยภาครัฐ เอกชน และประชาชนบูรณาการร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนมรดกภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทย อีกทั้งทำให้ประชาชนเกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสานมรดกภูมิปัญญาผ้าไทยจากรุ่นสู่รุ่น นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดและยกระดับผ้าไทยไปสู่เวทีโลก ขณะที่ชุมชน ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมผ้าไทยได้รับการสนับสนุนให้เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน สร้างรายได้เพิ่มขึ้น
นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า ก่อนที่จะเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมครม.นั้น วธ.ได้ประชุมหารือและรับฟังความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ โดยได้กำหนดนิยาม “ผ้าไทย” คือ ผ้าที่สร้างสรรค์ขึ้นจากมรดกภูมิปัญญาของไทยที่ได้รับการสืบทอดต่อยอดจากรุ่นสู่รุ่น บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ประจำถิ่นที่ผลิตขึ้นภายในประเทศโดยฝีมือคนไทย ใช้เทคนิค อาทิ การทอ จก ยก ขิด ล้วง ปัก มัดหมี่ มัดย้อม บาติก พิมพ์ โดยใช้เส้นใยธรรมชาติที่หลากหลาย เช่น ไหม ฝ้าย ใยสับปะรดที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่น และ วธ. เตรียมแผนงานเพื่อบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ จัดโครงการและกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมผ้าไทย เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วน รวมทั้งประชาชนอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดย วธ.จะจัดงาน “ภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล” ช่วงเดือน ส.ค. 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 ส.ค. 2565 โดยมีกิจกรรม เช่น นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการ “ภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล” การแสดงแบบผ้าไทยซึ่งตัดเย็บจากลายผ้าไทย อัตลักษณ์ไทย 76 จังหวัด การสาธิตการทอผ้า การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย กิจกรรมเสวนาวิชาการเกี่ยวกับผ้าไทย สร้างงาน สร้างรายได้ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน เป็นต้น



