นายสตีเฟ่น เจมส์ แฮลวิก รักษาการ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคพร้อมปฎิบัติตามการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ ก.ม.พีดีพีเอ มาตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนที่จะมีการเลื่อนบังคับใช้ ก.ม เนื่องจากบริษัทแม่ทำธุรกิจอยู่ในยุโรป จึงได้ปฎิบัติตามแนวทางของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป(จีดีพีอาร์) มาก่อนแล้ว  และได้พัฒนากระบวนการทำงานกับผู้เกี่ยวข้องมาอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่ง ก.ม.ฉบับนี้ จะช่วยคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงทางข้อมูลของผู้บริโภค ซึ่งดีแทคสนับสนุนเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค ธุรกิจ และสังคมส่วนรวม

“ดีแทคมีกระบวนการจัดการกับข้อมูลตาม ก.ม.พีดีพีเอ โดนจะจัดเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อการให้บริการ และจะมีการนำไปใช้ ตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง หรือ ลูกค้าให้ความยินยอม เพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์สินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด และจะไม่นำไปเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม หรือเปิดเผยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดูแลคุ้มครองข้อมูลตามที่กฏหมายกำหนดเท่านั้น”

นายสตีเฟ่น กล่าวต่อว่า กระบวนการทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น นอกจากนี้ก็มีการสร้างความรรับรู้ให้กับพนักงานทุกระดับว่า นอกจากเรื่องการรักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้แล้ว ใส่ส่วนของพนักงาน คือหัวใจสำคัญที่จะไม่มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยมีการทำงานเชิงรุก วางแนวทางในการใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อให้เป็นไปตามเจตจำนงค์ตามที่ลูกค้าได้อนุญาตผ่าน เพื่อลดความเสี่ยงจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูกค้าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งทุกหน่วยงานหากต้องการใช้ข้อมูลลูกค้า จะต้องแจ้งความจำนงค์มายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(ดีพีโอ) ของบริษัทเพื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย และความจำเป็น ซึ่งต้องมีการประเมินความปลอดภัยข้อมูลโดยทีมเทคโนโลยีก่อนที่คณะกรรมการจะอนุมัติ

นอกจากนี้จะมีการประเมินพนักงานด่านหน้าที่มีเกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อตรวจสอบพบการละเมิดความเป็นส่วนตัวของข้อมูล จะประสานงานผู้เกี่ยวข้อง เพื่อระงับ และประเมินความเสียหาย กำหนดแนวทางการแก้ไข และแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลรับทราบและแก้ไข.