สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ “นิกเคอิ” ของญี่ปุ่น เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจภายในมาเลเซีย ว่ากำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนอย่างหนัก ไม่ต่างจากแทบทุกประเทศบนโลก


ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารกลางมาเลเซียปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากเคยต่ำสุดที่ระดับ 1.75% ซึ่งใช้มาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2563 เพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 2% เพื่อหวังบรรเทาความตึงตัวของภาวะเงินเฟ้อในประเทศ ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลประกาศตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด และระงับการส่งออกเนื้อไก่ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้ เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ


ด้วยเหตุนี้ ผู้นำมาเลเซียจึงกล่าวว่า การยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งในเวลานี้ “ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก” สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปตามกำหนดของมาเลเซีย คือเดือน ก.ย. 2566 อย่างไรก็ตาม สมาชิกระดับแกนนำบางส่วนในพรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ (อัมโน) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลชุดปัจจุบัน เรียกร้องการจัดเลือกตั้วทั่วไปครั้งใหม่ก่อนกำหนด โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความนิยมของพรรคอัมโนที่กลับมาดีขึ้น ประเมินจากการเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา


อนึ่ง การเมืองภายในมาเลเซียวุ่นวายและขาดเสถียรภาพ นับตั้งแต่พรรคอัมโน พรรคการเมืองขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศ “พ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์” ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2561 และต้องพ้นจากการผูกขาดการเป็นแกนนำรัฐบาลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มาเลเซียเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2500 โดยก่อนหน้าอิสมาอิล ซาบรี ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว มาเลเซียมีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 คน คือ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด และนายมูห์ยิดดิน ยาสซิน.

เครดิตภาพ : REUTERS