นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์หรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า กลุ่มสามารถได้เปิดบริษัท ลักกี้ เฮง เฮง ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพ เพื่อทำธุรกิจดิจิทัล คอนเทนต์ เกี่ยวกับสายมู เรื่องการดูดวง และการทำบุญ ผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งการบริหารงานจะเป็นในรูปแบบสตาร์ทอัพ แยกจากกลุ่มสามารถ เพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหาร และจะมีการระดมทุนจากกลุ่มนักลงทุน หรือ วีซี จากทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้ประมาณ 80-100 ล้าน
สำหรับแอพพลิเคชั่นที่จะเปิดตัวประกอบด้วย ฮอโรเวิลด์ โมบาย แอพพลิเคชั่น ซึ่งจะเป็นวันสต็อปเซอร์วิส ทางด้านโหราศาสตร์ ดูดวง และความเชื่อต่างๆ มีบริการดูดวงสด ดูโหวงเฮ้ง ฮวงจุ้ย และฤกษ์มงคลต่างๆ ที่ได้รวบรวมหมอดูชื่อดังของไทยไว้มากที่สุด จะเปิดตัวในเดือน ก.ค.นี้ และอีกแอพพลิเคชั่น คือ ไทย เมอริท ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น ที่เอาใจสายบุญ ให้บริการไหว้พระ บริจาคเงิน แก้บน เสี่ยงเซียมซี และเช่าบูชาวัตถุมงคลต่างๆ ของวัดชื่อดังในประเทศไทยมากกว่า 100 วัด ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการ ได้ในเดือน ส.ค.นี้
“การเดินหน้าธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องสายมู เป็นการหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และมองว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ คนไทยมากกว่า 80% สนใจในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูดวงและการทำบุญ จึงนำเรื่องนี้มาประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์ไตล์ของคนในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ยังสามารถขายตลาดไปยังชาวต่างชาติที่สนใจเรื่องนี้ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนจีน ฮ่องกง และในอาเซียน อย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ฯลฯ ถือเป็นการขยายโอกาสจากบริการดูดวงผ่านโทรฯ 1900 ที่มีคนใช้บริการน้อยลง”

นายวัฒน์ชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้มองโอกาสและศึกษาในการขยายธุจกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ เอ็นเอฟที เกี่ยวกับเรื่องกีฬา และของสะสมโบราณ ซึ่งกำลังคุยกับเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างๆ อยู่ นอกจากนี้ยังมีโอกาสออกโทเคน ของตนเองในอนาคตใกล้นี้ด้วย ในนามของบริษัท สามารถ ดิจิทัล รวมถึงการศึกษาแนวทางการจัดตั้ง กองทุนโครงสร้าง พื้นฐาน เพื่อระดมทุนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจด้วย
สำหรับภาพรวมของกลุ่มธุรกิจทั้งหมด มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยตั้งเป้าหมายได้งานโครงการใหม่ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกที่ผ่านมา เซ็นสัญญาไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ส่งผลให้สิ้นไตรมาสแรกมียอดขายที่รอรับรู้รายได้แล้ว 8,000 ล้านบาท ทำให้เมื่อถึงสิ้นปีนี้ คาดว่ากลุ่มสามารถจะมีรายได้รวมทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท.



