นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส ได้รุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทีน หรือ เจนซี (Gen Z) ที่เกิดมาในยุคดิจิทัลแบบ 100% ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์ หรือวีถีชีวิตของลูกค้าในกลุ่มนี้ ด้วยการนำเสนอ เอไอเอส ซีด 5 จี สำหรับกลุ่มนักศึกษาโดยเฉพาะ ที่สามารถใช้งานด้านการเรียน ความบันเทิง อาทิ การใช้งานด้านการเรียน ผ่านโปรแกรมซูม, กูเกิล มีท, ไมโครซอฟต์ทีม, แอพโซเชียลมีเดีย อย่าง เฟซบุ๊ก, ไอจี และติ๊กต็อก และแอพดูคลิปวิดีโอและฟังเพลง เช่น ยูทูบ ฯลฯ รวมถึงแพ็กเกจแบบเติมเงินที่เข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน ด้านการเรียนออนไลน์ และความบันเทิงจากเกม ซีรีส์ และโซเชียลมีเดีย ที่สามารถเลือกเองได้แบบ ดีไอวาย  ด้วย

“ทั้งสองผลิตภัณฑ์เป็นการตอบโจทย์ กลุ่มทีนหรือวัยรุ่น ไปจนถึงเด็กในกลุ่มมหาวิทยาลัย ที่มีอายุ 13-24 ปี ที่มีอยู่กว่า 13 ล้านคน ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้งานทั้งในเรื่องเรียน และความบันเทิงควบคู่กัน จึงได้พัฒนาและคิดค้นสินค้า บริการ รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้มากที่สุด โดยราคาแพ็คเก็จถือว่าต่ำสุดในตลาด และผู้ใช้งานต้องเป็นนักเรียน นักศึกษาเท่านั้น ซึ่งจากที่สมาร์ทโฟนที่รองรับ 5 จี จะเข้ามาในตลาดมากขึ้นและมีราคาที่ถูกลง เชื่อว่าจะทำให้กลุ่มวัยทีนหันมาใช้งานเครือข่าย 5 จี มากขึ้น เพราะด้วยสปีดความเร็วที่เพิ่มขึ้นรองรับการใช้งานทั้งเรื่องเรียน และ บันเทิงได้อย่างดี”

นายปรัธนา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้นำโครงข่าย 5 จี มาพัฒนาบริการต่างๆเพื่อนำเสนอสิทธิพิเศษ ในโลกเสมือน โดยเปิดให้ลูกค้าสามารถเข้าไปสร้างตัวตนได้ใน อวาตาร พาร์ค ซึ่งอยู่ใน วีอเวนิว ที่เป็นห้างสรรพสินค้าเสมือนจริง ที่ปัจจุบันมียอดผู้เข้าเยี่ยมชมแล้ว 3 ล้าน รวมถึงการจัดกิจกรรมให้พบกับ ทีมเอไอเอส ที่เป็นดารา นักร้อง นักแสดงวัยรุ่น รวมถึง การรับชมคอนเทนต์ระดับโลกแบบ 360 องศา ครั้งแรกในไทยกับ ศึกแดงเดือดที่กำลัง จะจัดขึ้นในเดือนหน้า ฯลฯ

ทั้งนี้ทางผู้บริหารเอไอเอส กล่าวถึง ทีมเอไอเอส ที่ไม่มี “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” รวมโปรโมทแล้ว ว่า ทางเอไอเอสได้ติดต่อยื่นข้อเสนอเพื่อต่อสัญญาไปกับทางบริษัทต้นสังกัดของลิซ่าที่เกาหลีใต้ไปเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา และได้รับแจ้งปฎิเสธที่จะต่อสัญญา เนื่องจากมีดีลกับรายใหญ่ที่มี Conflict of Interest กับเอไอเอส อย่างไรก็ตามบริษัทจะมีการเพิ่มพรีเซ็นเตอร์รายใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในทุกวงการ เพื่อเข้ามาเป็นทีมเอไอเอสเพิ่มเติมอีกในอนาคต

“ปัจจุบัน เอไอเอสได้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่ายครอบคลุมประชากรแล้วมากกว่า 78% และตั้งเป้าว่าจะขยายให้ได้ถึง 85% ภายในปีนี้ เพื่อช่วยให้สามารถการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผ่านสินค้าและงานบริการ รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับฐานลูกค้าที่มีกว่า 44.6 ล้านเลขหมาย นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และสร้างการเติบโตของประเทศด้วยระบบเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย” นายปรัธนา กล่าว