สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่า นายลุยจิ ดี ไมโอ รมว.การต่างประเทศของอิตาลี กล่าวถึงสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ว่า หากยังคงยืดเยื้อแบบนี้ต่อไป ภาวะการขาดแคลนอาหารในทวีปแอฟริกา จะยิ่งทวีความรุนแรง จนอาจลุกลามบานปลายกลายเป็นความไม่สงบทางสังคมและการเมือง ถึงขั้นการเกิดลุกฮือของประชาชนได้
'The World War for Bread is already underway' – Italian Foreign Minister
— RT (@RT_com) June 6, 2022
Details: https://t.co/WgaNPLMTDY pic.twitter.com/jYitPX2pgr
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของอิตาลี เรียกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “สงครามโลกของขนมปัง” และเรียกร้องให้มีการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เพื่อเปิดทางให้ธัญพืชมากกว่า 30 ล้านตัน ที่ยังคงตกค้างอยู่ตามท่าเรือหลายแห่ง ริมชายฝั่งทะเลอาซอฟและทะเลดำของยูเครน ได้เดินทางไปยังจุดหมาย
การให้ความเห็นดังกล่าวของ ดี ไมโอ เกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากี ผู้นำอิตาลี เรียกร้องโดยตรงต่อปูติน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขอให้รัสเซียกลับมาส่งออกธัญพืช และเปิดทางให้เรือขนส่งธัญพืชเดินทางออกจากท่าเรือที่ถูกปิดล้อมในยูเครนด้วย ขณะที่ ปูตินตอบว่า เส้นทางที่ง่ายและสะดวกสุดในเวลานี้ คือการขนส่งผ่านเบลารุส แต่การจะเดินทางผ่านได้ จำเป็นต้องมีการยุติมาตรการคว่ำบาตรต่อเบลารุสเช่นกัน
Ukraine faces a serious shortage of capacity to store this year’s grain harvest, which could affect global food prices, the United Nations’ World Food Programme said https://t.co/uJNbbWu1LU pic.twitter.com/RNise2BT4d
— Reuters (@Reuters) April 19, 2022
ปัจจุบัน รัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนยูเครนอยู่ในอันดับที่ 5 ขณะที่เมื่อรวมกับปริมาณข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี และข้าวโพด ที่ทั้งสองประเทศผลิตได้รวมกัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของตลาดธัญพืชโลก ตามรายงานโดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ).
เครดิตภาพ : REUTERS



