สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่า ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ “ความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ” ของการที่เกาหลีเหนือขยับขยายพื้นที่ ภายในนิคมนิวเคลียร์ ยองบยอน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564
ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว ไอเออีเอเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ “การพบความเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ” และต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เกิดขึ้นกับเตาปฏิกรณ์ขนาด 5 เมกะวัตต์ ภายในนิคมนิวเคลียร์ยองบยอน ซึ่งไอเออีเอเชื่อว่า สามารถผลิตพลูโตเนียมเกรดอาวุธได้ โดยนับเป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2561 โดยหนึ่งในจุดสังเกตสำคัญคือการระบายน้ำหล่อเย็น
North Korean building work advancing at nuclear site, IAEA says https://t.co/cAZvGU0DuM pic.twitter.com/CaPysFf47G
— Reuters Asia (@ReutersAsia) June 6, 2022
ทั้งนี้ ในทางทฤษฎีระบุว่า ชนิดของพลูโตเนียมที่เหมาะสมสำหรับการผลิตระเบิดนิวเคลียร์นั้น ต้องสกัดซ้ำมาจากแท่งเชื้อเพลิงปรมาณูที่ผ่านการใช้งานแล้ว สำหรับศูนย์ปฏิบัติการนิวเคลียร์ยองบยอนตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ ห่างจากกรุงเปียงยาง ประมาณ 90 กิโลเมตร
อนึ่ง เกาหลีเหนือเคยหยุดการทำงานของเตาปฏิกรณ์ในนิคมยองบยอน เมื่อปี 2550 เพื่อแลกกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และสหรัฐ ตามข้อตกลงร่วมกัน แต่กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งเมื่อปี 2556 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเปียงยางไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของไอเออีเอเข้าประเทศตั้งแต่ปี 2552 หมายความว่า ผลการวิเคราะห์และการประเมินสถานการณ์ นับจากนั้นจนถึงปัจจุบัน อาศัยข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมทั้งสิ้น
ขณะเดียวกัน สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็น “เงื่อนไขและการตั้งข้อต่อรอง” ทางการทูตและความมั่นคง ระหว่างเกาหลีเหนือ กับสหรัฐและเกาหลีใต้ โดยนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เคยกล่าวว่า รัฐบาลเปียงยางพร้อมปิดนิคมนิวเคลียร์ยองบยอน ภายใต้เงื่อนไขที่ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “มีมาตรการที่สอดคล้องกัน” แต่สหรัฐยืนกรานว่า จุดยืนเรื่องคาบสมุทรเกาหลีไม่มีทางเปลี่ยนแปลง นั่นคือกระบวนการปลดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต้อง “เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์”.
เครดิตภาพ : REUTERS



