สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ว่า แต่ละปีเฉินจะใช้เวลาเกือบ 100 วัน อยู่บนเกาะเหวยโจว ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของอ่าวเป่ยปู้ ครอบคลุมพื้นที่ราว 25 ตารางกิโลเมตร และถือเป็นเกาะภูเขาไฟอายุน้อยที่สุดของจีน รวมถึงออกทะเลอีกกว่า 200 ครั้ง เพื่อบันทึกภาพและคลิปวิดีโอจำนวนมากของวาฬชนิดนี้


กลุ่มหน่วยงานวิทยาศาตร์ของจีน ได้แก่ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์กว่างซี มหาวิทยาลัยอ่าวเป่ยปู้ และสถาบันชลชีววิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เริ่มต้นการวิจัยเกี่ยวกับฝูงวาฬบรูด้าในน่านน้ำเกาะเหวยโจวเมื่อปี 2559 โดยเฉินและทีมงานได้จัดตั้งฐานการวิจัยบนเกาะแห่งนี้ด้วย

ภาพจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์กว่างซี : วาฬบรูด้าในน่านน้ำใกล้เกาะเหวยโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 3 ก.พ. 2564


“ช่วงปี 2559-2561 เราพบวาฬบรูด้าฝูงนี้มีสมาชิกอยู่ราว 10 ตัวเท่านั้น แต่ตอนนี้จำนวนวาฬในฝูงดังกล่าวใกล้แตะ 50 ตัวแล้ว และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง” เฉินกล่าว พร้อมเสริมว่ามีการสำรวจพบแม่และลูกวาฬบรูด้า รวมถึงพฤติกรรมผสมพันธุ์ของวาฬบรูด้าโตเต็มวัย ในน่านน้ำเกาะเหวยโจวด้วย


ขณะที่น่านน้ำ อ่าวไทย ห่างไกลจากอ่าวเป่ยปู้ของกว่างซีมากกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่พรั่งพร้อมด้วยระบบนิเวศสภาพดีและแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ไม่ต่างกัน ก็พบเจอฝูงวาฬบรูด้าอยู่เป็นประจำ ทำให้เกิดความร่วมมือจีน-ไทย เพื่อดำเนินโครงการวิจัยและคุ้มครองวาฬชนิดนี้ร่วมกัน


เฉินเล่าว่า ทีมวิจัยวาฬบรูด้าในอ่าวไทย สังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย เดินทางมากว่างซีเมื่อเดือน เม.ย. 2562 เพื่อร่วมสำรวจน่านน้ำเกาะเหวยโจวนาน 7 วัน จากนั้นทีมวิจัยของจีนก็เดินทางสู่อ่าวไทยในเดือน ต.ค.ปีเดียวกัน เพื่อทำการสำรวจแบบเดียวกัน จนนำไปสู่การกำหนดข้อตกลงสำรวจวาฬบรูด้าร่วมกันทุก 2 ปี


ทั้งนี้ ทีมวิจัยของจีนและไทยได้แลกเปลี่ยนและร่วมมือด้านเทคนิคและวิธีการสำรวจวาฬบรูด้า รวมถึงวิธีการวิจัยและประมวลผลข้อมูลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดอื่น ๆ ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายร่วมยืนยันหลังดำเนินการจำแนกลักษณะว่าฝูงวาฬบรูด้าในอ่าวเป่ยปู้แ ละอ่าวไทยไม่ใช่วาฬกลุ่มเดียวกัน


คุณพัชราภรณ์ เยาวสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยประมง กล่าวว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างจีนและไทยเป็นสิ่งสำคัญมาก การแลกเปลี่ยนระหว่างสองฝ่ายจะช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ศึกษาวิจัยได้อย่างคุ้มค่า เช่น วิธีสร้างพื้นที่คุ้มครอง หรือแนวทางการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น


“ทีมผู้เชี่ยวชาญของจีนแบ่งปันความรู้และข้อมูลผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วยให้กระบวนการสังเกตการณ์สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น วิธีการและแนวทางจากทีมวิจัยของจีนนั้น ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ รวมถึงนำมาประยุกต์ใช้ในไทยอย่างมาก” พัชราภรณ์กล่าว


ทั้งนี้ วาฬบรูด้าจัดเป็นสัตว์คุ้มครองระดับสูงสุดของจีน ส่วนที่ไทยห้ามค้าวาฬบรูด้าทุกรูปแบบ การอนุรักษ์วาฬชนิดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญระหว่างนักวิจัยของจีนและไทย โดยเฉินกล่าวว่าวาฬเป็นสัตว์ทะเลที่อพยพย้ายถิ่นตามแหล่งอาหาร การปกป้องแหล่งอาหารของพวกมันจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อความอยู่รอด


เมืองเป่ยไห่ของกว่างซีออก “ข้อบังคับการปกป้องสิ่งแวดล้อมเกาะเหวยโจวของเมืองเป่ยไห่” เมื่อเดือน ก.ค. 2561 เพื่อส่งเสริมการปกป้องเกาะเหวยโจวและน่านน้ำโดยรอบ โดยข้อบังคับข้างต้นห้ามใช้กล่องโฟมแบบใช้แล้วทิ้ง และถุงพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ รวมถึงห้ามทำการประมงในน่านน้ำรัศมี 6 กิโลเมตรจากชายฝั่งเกาะเหวยโจวและเกาะเสียหยาง

ภาพจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์กว่างซี : วาฬบรูด้ากระโดดขึ้นจากน่านน้ำใกล้เกาะเหวยโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 13 มี.ค. 2564


ด้านทีมนักวิจัยของไทยเดินหน้าวิจัยสิ่งมีชีวิตหายากในทะเล และยกระดับการวิจัยการกำจัดขยะในทะเล เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางทะเลของอ่าวไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยพัชราภรณ์ชี้ว่า การคุ้มครองวาฬบรูด้ายังครอบคลุมการปกป้องทรัพยากรทางทะเลอื่น ๆ ด้วย

แม้การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้การสำรวจและสังเกตการณ์ภาคสนามของทีมนักวิจัยจีน-ไทยต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าติดต่อสื่อสารทางออนไลน์ โดยมีการแลกเปลี่ยนเอกสารและข้อมูลรูปแบบต่างๆ เช่น วิธีช่วยชีวิตวาฬเกยตื้นหรือวิธีรักษาบาดแผลบนตัววาฬ เป็นต้น

ภาพจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์กว่างซี : ทีมนักวิจัยของจีนและไทยถ่ายภาพร่วมกันหลังการสัมมนาเรื่องวาฬบรูด้าในไทย วันที่ 27 ต.ค. 2562


“วาฬบรูด้าถือเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำค่าของโลก มิใช่เฉพาะไทย จีน หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง” พัชราภรณ์ กล่าวพร้อมทิ้งท้ายว่า การคุ้มครองวาฬบรูด้า ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สวยงามและยั่งยืนยิ่งขึ้น.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA