สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ส่งหนังสือถึง พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ขอให้มีการทบทวนแผนการประหารชีวิต นักโทษ 4 คน รวมถึงนายเพียว เซยาร์ ตอ สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) และนายจ่อ มิน ยู ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองในชื่อ “จิมมี” ด้วยวิธีการแขวนคอ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2533 ที่มีการบังคับใช้โทษประหารชีวิตอย่างเป็นทางการในเมียนมา
ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว จะยิ่งกระตุ้นให้เมียนมาได้รับปฏิกิริยาเชิงลบจากประชาคมโลก ขณะเดียวกัน การประหารชีวิตที่หากเกิดขึ้น จะยิ่งบ่อนทำลายความพยายามของอาเซียน ในการแสวงหาหนทางเพื่อช่วยให้เมียนมาสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างราบรื่นที่สุด หลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ซึ่งรวมถึงการที่ผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลเมียนมาได้กลับเข้าร่วมประชุมกับอาเซียน อย่างเป็นทางการอีกครั้ง
2/2
— Leong Wai Kit (@LeongWaiKitCNA) June 11, 2022
This raises question of whether Cambodia had to push out this letter publicly because it didn’t receive any reply / response from #Myanmar army
Though it’s @ASEAN chair, Hun Sen is appealing as Cambodia PM, riding on his rapport with Min Aung Hlaing
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเมียนมายังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีการออกแถลงการณ์ พุ่งเป้าไปที่รัฐบาลฝรั่งเศสโดยตรง จากการที่เนื้อหาตอนหนึ่ง ในแถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเมืองย่างกุ้ง ที่วิจารณ์คำสั่งประหารชีวิตครั้งนี้เช่นกัน ระบุถึงรัฐบาลหารของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย “เป็นรัฐบาลทหารที่ไม่มีความชอบธรรม” โดยเป็นการประท้วงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นข้อความที่ทางการเมียนมาไม่อาจยอมรับได้ และเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี
อนึ่ง รายงานของสื่อมวลชนท้องถิ่นหลายแห่งระบุว่า นับตั้งแต่ผ่านพ้นการรัฐประหารครั้งนี้ ศาลของเมียนมาพิพากษาให้นักโทษอย่างน้อย 114 คน ต้องรับโทษประหารชีวิต แต่ยังไม่เคยมีการประกาศแผนการอย่างเจาะจงเท่ากับครั้งนี้มาก่อน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



