เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. นายพชร ธรรมมล หรือ “ฟลุ๊ค เดอะสตาร์” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ ได้เสนอแนวคิดที่จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสใน 4 ด้าน คือ โอกาสทางพลังงาน โอกาสทางอาหาร โอกาสทางธุรกิจดิจิทัล และโอกาสทางอุตสาหกรรมสมัยใหม่ แต่แทนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะรับฟังและนำไปพิจารณาปฏิบัติ แต่กลับให้นายธนกร วังบุญคงชนะ หรือ “แด๊ก เดอะบู่” โฆษกรัฐบาล ออกมาโต้แบบมั่วๆ ตามเดิม แถมยังพูดเหมือนไปดูถูกว่า ผู้นำขาดความรู้ขาดความสามารถที่จะเข้าใจ เพราะอ้างว่าเป็นเรื่องเก่าซ้ำๆ ซึ่งถ้าเป็นจริงทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงไม่นำไปทำทั้งที่เป็นเรื่องดี และสามารถฟื้นเศรษฐกิจได้จริง เพราะ 8 ปี ประเทศไทยมีแต่เสื่อมถอยมาตลอด โดยล่าสุดอันดับความสามารถแข่งขันของประเทศไทยหล่นลง 5 อันดับ มาอยู่ที่ 33 จากการจัดอันดับของ IMD ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยชื่นชม
หากจำกันได้นายพิชัยเป็นคนแรกที่แนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท มาเป็นปีแล้ว เพราะคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้น แต่ พล.อ.ประยุท ธ์อ้างว่าทำไม่ได้ และให้คนดาหน้าออกมาโต้เหมือนที่ตอนนึ้ แต่ในที่สุดต้องกลืนน้ำลายและลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทจริงๆ แต่กว่าจะทำก็ช้ามากแล้ว แม้จะลดภาษีสรรพสามิตดีเซลแล้วราคาน้ำมันดีเซลไม่ลดลง แถมราคาน้ำมันดีเซลยังเพิ่มขึ้น นี่แสดงถึงข้อจำกัดทางความคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างชัดเจน ทั้งนี้อยากให้นายกฯไปมองย้อนหลังทั้งเรื่องทฤษฎีกบต้ม ราคาน้ำมันเพิ่มสูง เงินเฟ้อพุ่ง ประเทศหนี้ล้น ประชาชนหนี้ท่วม ดอกเบี้ยขาขึ้น เศรษฐกิจฟื้นไม่มีหนีไม่พ้น ฯลฯ ล้วนเป็นจริงตามที่ได้เตือนไว้แล้วทั้งหมด แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ส่งคนมาโต้แบบมั่วๆ สุดท้ายก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง
“นอกจากนี้นายธนกรคงไม่ได้อ่านข้อมูลอย่างละเอียดเลยไม่เข้าใจ จึงไม่ได้ดูเลยว่านายพิชัย ไม่ได้พูดเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย แต่เป็นการแนะนำทางออกที่ผู้นำประเทศคิดไม่ได้เท่านั้น ในสภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ตลอด 8 ปี ไม่จำเป็นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะคนไทยรับรู้ความล้มเหลวซ้ำซากจากการบริหารของรัฐบาลได้โดยถ้วนหน้า ไม่ต้องมาตอกย้ำแล้ว” นายพชร กล่าว



