พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเปิดงาน ไทยแลนด์ 5จี ซัมมิท 2022 ภายใต้แนวคิด เดอะ 5จี ลีดเดอร์ อิน เดอะ รีเจิน ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่อง 5จี มากว่า 5 ปีแล้ว เพื่อผลักดันสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญของประเทศ โดยการส่งเสริมการนำเทคโนโลยี 5จี มาประยุกต์ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการลงทุนเพื่อการประยุกต์ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ดิจิทัล ฮับ นำ 5จี ให้ประชาชนเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาชีวิต และการขับเคลื่อนเชิงพาณิชย์ ให้เกิดยูสเคส การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ และเกิดเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยี 5จี เพื่อนำไปสู่การเพิ่มมูลค่า ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในอนาคต

รัฐบาลได้ดำเนินโครงการต่างๆ คือ 1. ด้านสาธารณสุข โครงการต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5จี และระบบปัญญาประดิษฐ์ 2. การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 5จี ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อก้าวสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจอัจฉริยะ 3. ด้านการเกษตร มุ่งสร้างให้เกิดเกษตรเชิงรุกด้วยนวัตกรรมดิจิทัล 4. การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 5. ดิจิทัลสตาร์ทอัพ และ 6. อีคอมเมิร์ซชุมชน ซึ่งทุกโครงการต้องได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเป็นฮับในภูมิภาค

ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การใช้งาน 5จี ยังไม่ทั่วถึง จึงจำเป็นต้องมีความร่วมมือกันสร้างเครือข่ายพันธมิตร 5จี ขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรม โดยเฉพาะ ภาคการผลิต,สาธารณสุข และ สมาร์ท ซิตี้ นำเทคโนโลยี 5จี ต่อยอดให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล การกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งทางรัฐบาลจะส่งเสริมให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริง เพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ด้านนายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งความร่วมมือสร้างเครือข่ายพันธมิตร 5จี ครั้งนี้ กระทรวงดีอีเอส โดยดีป้าจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ 3 กลุ่ม คือ ผู้ใช้, ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) และผู้พัฒนาบริการโครงข่าย 5จี มาพบกัน เพื่อให้เกิดยูสเคสในเชิงพาณิชย์ มีการใช้งานจริงในกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งกลุ่มการเกษตร, สาธารณสุข, ท่องเที่ยว และภาคการผลิต สำหรับกลุ่มพันธมิตรที่ร่วมเครือข่ายดังกล่าวมีประมาณ 260 บริษัท มีโซลูชันอีกว่า 800 โซลูชัน คาดว่าจะเกิดยูสเคสประมาณ 20 โครงการ และจะสามารถนำโครงการประมาณ 10 โครงการ มาแสดงในงานประชุมเอเปค มั่นใจว่าภายใน 5 ปี เทคโนโลยี 5จี จะถูกใช้งานแพร่หลายในเชิงพาณิชย์

นายไซมอน หลิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การขยายเทคโนโลยี 5จี ในระดับโลกเป็นไปอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยจะสนับสนุน 5จี ในไทยต่อไป ผ่าน 3 เรื่องคือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน 5จี การผลักดันให้เกิดการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และการสร้างระบบนิเวศสำหรับอุตสาหกรรม รวมถึงทักษะด้าน 5จี

ทั้งนี้งบรรดาผู้บุกเบิกด้าน 5จี ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ก้าวผ่านอัตราส่วน 16% และเข้าสู่ยุคทองแล้ว โดยระหว่างกระบวนการแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ เทคโนโลยี 5จี ได้กลายเป็นตัวผลักดันหลักในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตแก่ผู้คน เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งยังขยายขอบเขตของภาคเศรษฐกิจไปพร้อมกัน นอกจากเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลแล้ว โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป็นกุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยเช่นกัน

“หัวเว่ย มองว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นตลาดสำคัญของเรามาโดยตลอด และเรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคนี้ ซึ่งโครงข่ายการเชื่อมต่อบนเทคโนโลยี 5จี ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการที่จะทำให้เราเดินไปถึงเป้าหมายเรื่องนี้ได้ ในฐานะที่ประเทศไทยผันตัวมาเป็นผู้นำด้าน 5จี ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็ว หัวเว่ย จะมุ่งสนับสนุนความเร็วของ 5G ในประเทศไทยต่อไป”

ทั้งนี้เอเชียแปซิฟิกถือเป็นตลาดสำคัญของ หัวเว่ย โดยให้บริการการเชื่อมต่อสำหรับผู้คนกว่า 90 ล้านครัวเรือน และผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 1,000 ล้านคน ซึ่งหัวเว่ย มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้สนับสนุนหลักของวิสัยทัศน์เชิงดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเชื่อมต่อและเทคโนโลยีอัจฉริยะ การพัฒนาด้านการลดการใช้คาร์บอนอย่างยั่งยืน และการเข้าถึงระบบดิจิทัลอย่างเท่าเทียมโดย 5จี

ด้าน นายจูเลียน กอร์แมน หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก GSMA APAC 5G Industry Community กล่าวว่าความร่วมมือการจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยี 5จี ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย และยังเป็นการจัดตั้งพันธมิตรเพื่อเป้าหมายด้านการพัฒนาระบบนิเวศของเทคโนโลยี 5จี เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย GSMA APAC 5G Industry Community มีความยินดีที่จะร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรผู้นำด้านเทคโนโลยีไอซีทีระดับโลกอย่าง หัวเว่ย เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5จี ในภาคอุตสาหกรรมไทยให้เกิดศักยภาพสูงสุด