สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี และนายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากี ผู้นำอิตาลี ร่วมกันโดยสารรถไฟขบวนพิเศษ เดินทางข้ามคืนจากโปแลนด์ ถึงยังกรุงเคียฟ เมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนต่อรัฐบาลและกองทัพยูเครน ในการทำสงครามกับรัสเซีย ซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 4 เดือนแล้ว
⚡️#Macron, #Scholz and #Draghi arrived in #Irpin, #Kyiv region to see the aftermath of #Russia's shelling. pic.twitter.com/A1tclPWzbu
— NEXTA (@nexta_tv) June 16, 2022
ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวถึง การที่ผู้นำทั้งสามประเทศเลือกเดินทางเยือนยูเครนในช่วงนี้ ว่าเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการหารือเกี่ยวกับการที่รัฐบาลเคียฟ ประสงค์เข้าเป็นสมาชิกอียู และคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของอียู เตรียมเสนอให้มีการรับรองเอกสารการสมัครของยูเครน ในวันศุกร์ที่ 17 มิ.ย. นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าจริงอยู่ที่สหภาพสามารถเร่งกระบวนการรับรองยูเครนให้มีสถานะคู่เจรจาได้ แต่เมื่อประเมินจาก “มาตรฐานและเกณฑ์ชี้วัดที่เกี่ยวข้อง” มีแนวโน้มว่า “อาจนานหลายทศวรรษ” กว่าที่ยูเครนจะสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอียูได้จริง
ทั้งนี้ ผู้นำฝรั่งเศสเสนอแนวคิดในการดึงยูเครน และอีกหลายประเทศในยุโรป ซึ่งต้องการเพิ่มความสัมพันธ์กับอียู รวมถึง มอลโดวา และ จอร์เจีย ผ่านกลไกที่เรียกว่า “ประชาคมการเมืองยุโรป” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนบูรณาการอียู ที่ฝรั่งเศสกำลังผลักดัน โดยมาครงยังเชิญชวนสหราชอาณาจักร ซึ่งลาออกจากการเป็นสมาชิกอียูไปแล้ว สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้เช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



