สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่าผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งประธานาธิบดีโคลอมเบียรอบชิงดำ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ ปรากฏว่า นายกุสตาโว เปโตร จากพรรคขบวนการก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย ชนะนายโรโดลโฟ เฮอร์นันเดซ-ซัวเรส ผู้สมัครอิสระ ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากพันธมิตรการเมืองกลาง-ขวา ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 50.5% ต่อ 47.3%


อนึ่ง เปโตร วัย 62 ปี ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง และอดีตสมาชิก “แนวร่วมเคลื่อนไหวเอ็ม-19” ซึ่งในกองกำลังปฏิวัติติดอาวุธของโคลอมเบีย ในช่วงยุคทศวรรษที่ 1970 เตรียมสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำฝ่ายซ้ายคนแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยมีกำหนดสาบานตน ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ รับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีอีวาน ดูเก ซึ่งไม่สามารถลงสมัครได้อีก ด้วยข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งผู้นำได้เพียงสมัยเดียว หรือ 4 ปี

นางฟรานเซีย มาร์เกซ หย่อนบัตรลงคะแนน ที่คูหาแห่งหนึ่ง ในเมืองซัวเรซ


นอกเหนือจากผู้นำฝ่ายซ้ายคนแรกในประวัติศาสตร์ โคลอมเบียเตรียมมีรองผู้นำผิวสีคนแรกด้วย นั่นคือ นางฟรานเซีย มาร์เกซ วัย 40 ปี และเธอจะถือเป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนที่สองในประวัติศาสตร์ของโคลอมเบีย ต่อจากนางมาร์ตา ลูเซีย รามิเรซ รองผู้นำคนปัจจุบัน

ชาวโคลอมเบียในเมืองเมเดยิน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ นั่งชมรายงานสด การนับผลคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดี


ทั้งนี้ การที่เปโตร ซึ่งมีจุดยืนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เตรียมเสนอระงับโครงการสำรวจ และขุดเจาะน้ำมันแห่งใหม่ ทำให้นักลงทุนวิตกกังวล ว่าอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจของโคลอมเบีย ซึ่งปริมาณหนี้สาธารณะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 72% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นเท่าตัวในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากน้ำมันเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่สำคัญของโคลอมเบีย และสร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%.

เครดิตภาพ : REUTERS