นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศเริ่มคลายมาตรการควบคุมโรคระบาด นับว่าเป็นสัญญาณบวกที่บอกได้ว่าสถานการณ์กำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติใหม่ที่เราต้องใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 ให้ได้ ซึ่งหลายธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินต่างๆ ทั่วโลก ที่เริ่มกลับมาเปิดเส้นทางต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ทางเอไอเอส ที่เป็นผู้นำ ในการให้บริการข้ามแดนอัตโนมัติหรือ โรมมิ่ง บนเทคโนโลยีโครงข่าย 5G จึงร่วมกับพาร์ทเนอร์ 116 เครือข่าย ใน 66 ประเทศ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์และความเร็วแรงระดับ 5G ได้ขณะเดินทาง ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว นักเดินทาง และกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึง ลูกค้ายังสามารถใช้บริการ VoLTE โรมมิ่ง เพื่อโทรฯ ออกหรือรับสายด้วยเสียง (Voice) บนเครือข่าย 4G ในต่างประเทศ ซึ่งให้คุณภาพเสียงคมชัดยิ่งขึ้นระดับ Full HD อีกด้วย
“ลูกค้าสามารถใช้งาน 5G โรมมิ่งได้ทันที เพียงสมัครแพ็กเสริมเน็ตต่างประเทศสุดคุ้ม เช่น แพ็ก Ready2Fly สมัครผ่านแอพ myAIS โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม หรือเปิดใช้ SIM2Fly โดยสามารถเลือก Asia & Australia 399 บาท 10 วัน หรือ Global 899 บาท 15 วัน
นายปรัธนา กล่าวต่อว่า เอไอเอสยังลงทุนต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเทคโนโลยีโครงข่ายให้มีความพร้อมต่อการเชื่อมต่อกับทุกการเติบโตในอนาคต รวมถึงการทำความเข้าใจสถานการณ์ตลาด เข้าใจอินไซด์พฤติกรรมไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มีความหลากหลายซับซ้อน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มในฐานะผู้นำตลาดโดยปัจจุบัน เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่สามารถเปิดบริการ 5G โรมมิ่ง ครอบคลุมประเทศต่างๆ ได้มากเป็นอันดับ 1 ของโลกในขณะนี้



