สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของฟิลิปปินส์เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันพุธ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของ “แรปป์เลอร์” (Rappler) ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังของประเทศ เนื่องจากแรปป์เลอร์ ละเมิดกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการลงทุนของต่างชาติในกิจการสื่อท้องถิ่น ด้วยการ “ขายการควบคุมให้กับนายทุนต่างชาติ”
RAPPLER STATEMENT
— Rappler (@rapplerdotcom) June 29, 2022
In an order dated June 28, our Securities and Exchange Commission affirmed its earlier decision to revoke the certificates of incorporation of Rappler Inc and Rappler Holdings Corporation. #HoldTheLine #CourageON
https://t.co/39bL0KJ2Dw pic.twitter.com/8Q0N6551lh
คำสั่งดังกล่าวมีเนื้อหาแบบเดียวกับที่คณะกรรมการเคยประกาศ เมื่อปี 2561 ขณะที่แรปป์เลอร์ออกแถลงการณื ยืนยันเตรียมยื่นอุทธรณ์ และวิจารณ์กระบวนการที่เกิดขึ้นว่า “มีความไม่ชอบมาพากลในหลายประเด็น” ทั้งที่สามารถประนีประนอมกับรัฐบาลได้ตั้งแต่กรณีแรก ซึ่งเกิดขึ้นมานานกว่า 4 ปีแล้ว อีกทั้งยังมีการรื้อฟื้นคดี “หมิ่นประมาทผ่านการโฆษณาทางลายลักษณ์อักษร” กับ น.ส.มาเรีย เรสซา บรรณาธิการบริหารด้วย
FULL STORY: https://t.co/1oHpd1ea6M
— Rappler (@rapplerdotcom) June 29, 2022
ปัจจุบัน แรปป์เลอร์เป็นเพียงสำนักข่าวเพียงไม่กี่แห่งในฟิลิปปินส์ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต อย่างเปิดเผย โดยเฉพาะประเด็นสงครามยาเสพติด โดยในเวลาเดียวกัน แรปป์เลอร์ยังคงมีความขัดแย้งกับรัฐบาลมะนิลาในเรื่องกฎหมายการจัดตั้งบริษัท ที่กฎหมายของฟิลิปปินส์ระบุชัดเจนว่าห้าม “ต่างชาติ” เป็นเจ้าของ ถือครองหุ้น หรือมีส่วนร่วมในการบริหาร เนื่องจากแรปป์เลอร์ มีสำนักงานอยู่ที่กรุงจาการ์ตาด้วย
"We are the antidote against tyranny."
— Al Jazeera English (@AJEnglish) December 11, 2021
In an exclusive interview with Al Jazeera after the Nobel Peace Prize ceremony, winners Maria Ressa and Dmitry Muratov call for more independent journalism to counter authoritarian governments ⤵️ pic.twitter.com/6ttLK4BMYk
ขณะที่เรสซา ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2564 ร่วมกับนายดมิทรี มูราทอฟ ผู้สื่อข่าวชาวรัสเซีย ยืนยันว่า “กลุ่มทุนต่างชาติ” ลงทุนผ่านตราสารแบบดีอาร์ (Depositary Receipt) ซึ่งเป็นตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มคนเหล่านี้มีบทบาทในการทำงานของแรปป์เลอร์ และจะเปิดทำการต่อไป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียว ก่อนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำฟิลิปปินส์คนใหม่ ของนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่าย ว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศ “จะยิ่งถดถอย”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



