ศ.คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า จากแผนพัฒนามช. ระยะที่ 12 (พ.ศ. 2560-2565) มช.ประสบความสำเร็จทั้ง 3 เป้าหมายตามที่ตั้งไว้ภายในปี 2565 คือ 1. ได้รับการจัดอันดับของ Time Higher Education Impact Rankings 2022 อยู่ในอันดับที่ 70 ของโลก 2. ผลการประเมินคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีผลประเมิน Social Return On Investment (SROI) คิดเป็นมูลค่า 16,500 ล้านบาท 3. ได้รับรางวัล “การบริหารสู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2563 Thailand Quality Class: TQC 2020” จากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม” ขณะที่ผลลัพธ์จากการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์เชิงรุกนำไปสู่ความสำเร็จของ มช.ในด้านต่างๆ ด้วยเช่นกัน

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดี มช. กล่าวว่า มช.จัดทำแผนพัฒนาการศึกษา มช. ระยะที่ 13 โดยกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า มช.เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม กำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ. 2570 ไว้ 3 ข้อ คือ 1. ผลประเมินคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 60,000 ล้านบาท ที่แสดงให้เห็นถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่สังคม การนำงานวิจัยและองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์จริง 2.ได้รับการจัดอันดับ Time Higher Education University Impact Ranking ใน 50 อันดับแรกของโลก 3. ได้รับรางวัล TQC+ (Innovation) โดยแผนพัฒนาฯ ระยะที่ 13 ประกอบด้วยยุทธศาสตร์หลัก 6 ด้านที่ ได้แก่ Biopolis Platform สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านนวัตกรรมเศรษฐกิจฐานชีวภาพ Medicopolis Platform สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ Creative Lanna Platform สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านล้านนาสร้างสรรค์ Educational Platform สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการจัดการศึกษา Research and Innovation Platform สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการวิจัยและนวัตกรรม CMU Excellence Management Platform มุ่งเน้นในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการดำเนินการในระบบสนับสนุนต่างๆ ของมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Agile and Resilient Organization

รองอธิการบดี มช. กล่าวต่อไปว่า ในแผนพัฒนาการศึกษา มช. ระยะที่ 13 มช.ยังมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล โดยนำ Digital Transformation มาสนับสนุน ปีที่ผ่านมา มช.มีแนวทางพัฒนาระบบดิจิทัลใน 5 ด้าน คือ 1.ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเครือข่าย ระบบปฏิบัติงานดิจิทัลในมหาวิทยาลัย 2.เพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน ปรับปรุงกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล 3.พัฒนาการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยด้วยเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล 4.ส่งเสริมการบูรณาการการข้ามส่วนงาน เพิ่มขีดความสามารถของการทำงานวิจัย พัฒนาและสร้างนวัตกรรม และ 5.ส่งเสริมบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้ตระหนักรู้ถึงประโยชน์และความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เหมาะสมต่อการดำเนินงาน นอกจากนี้ มช.ได้พัฒนาทุกส่วนงานให้สามารถจัดการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัลในรูปแบบออนไลน์ และการบูรณาการระหว่างออนไลน์และออนไซต์ด้วย