วานนี้ (30 มิ.ย. 2565) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐประกาศเตือนประชาชนให้ระวังการระบาดของเชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ ‘ลิสทีเรีย’ ซึ่งทำให้มีผู้ล้มป่วยแล้ว 23 ราย เชื้อดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดอาการป่วยที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และยังทำให้หญิงมีครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะแท้งลูก

เชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ลิสทีเรียเข้าสู่ร่างกายคนจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า มีอาหารประเภทเป็นพิเศษที่มีความเชื่อมโยงกับเชื้อดังกล่าว

ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดที่ได้รับเชื้อ ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ยกเว้นผู้ป่วยเพียงรายเดียวจากรัฐอิลลินอยส์ ที่เสียชีวิต ในบรรดาผู้ป่วยทั้งหมด มี 5 ราย ที่เป็นหญิงมีครรภ์ และมี 1 ราย ที่แท้งบุตรระหว่างติดเชื้อ

โดยปกติ หญิงมีครรภ์และเด็กแรกเกิดจะมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ลิสทีเรียอยู่แล้ว หลังจากติดเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้ เหนื่อยง่ายและปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว คอแข็งเกร็ง มีอาการมึนงง ทรงตัวไม่อยู่และเกิดอาการชักซึ่งแสดงว่าเชื้อเข้าสู่สมอง

นอกจากนี้ การติดเชื้อยังสามารถทำให้คนที่กำลังตั้งครรภ์เกิดแท้งลูกได้ รวมถึงคลอดก่อนกำหนด ทารกตายในครรภ์หรือตายตอนคลอด

ประชาชนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อน บกพร่องและผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีก็นับเป็นกลุ่มที่เสี่ยงสูงเช่นกัน 

ปัญหาใหญ่ของการระบาดของเชื้อลิสทีเรียคือมันมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 3-70 วัน เมื่อกลายเป็นอุปสรรคในการรวบรวมข้อมูลอาหารที่ผู้ป่วยรับประทานในช่วง 60 วันก่อนเกิดอาการป่วย โดยคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะแสดงอาการหลังติดเชื้อในระยะเวลาที่สั้นกว่า

เนื่องจากมีระยะฟักตัวที่ยาวนาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐจึงแนะนำให้ประชาชนที่เคยเดินทางไปยังพื้นที่ที่เกิดการระบาดในช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา หมั่นสังเกตอาการตัวเองว่ามีอาการป่วยที่เข้าข่ายการติดเชื้อนี้หรือไม่

แหล่งข่าว : insider.com

เครดิตภาพ : Getty Images