นางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล ผู้บริหารหน่วยธุรกิจดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายและมีการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส่งผลให้การท่องเที่ยวในช่วง 5 เดือนแรก กลับมาโต 125% และคนเริ่มกลับมาเดินห้างสรรพสินค้ามากขึ้น ทางเอไอเอสจึงทุ่มงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อจัดสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเซเรเนดที่มีอยู่กว่า 6 ล้านคน ในการกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง และสุขภาพ เพื่อใช้เอไอเอสพอทย์ในการรับส่วนลด แลกรับสินค้าจากร้านค้าพันธมิตร ทั้งในห้างสรรพสินค้า สายการบิน โรงพยาบาล ฯลฯ รวมถึงความร่วมมือกับกับร้านของชำ และร้านธงฟ้า มากกว่า 8.5 แสนร้านค้า ภายในสิ้นปีนี้

“การจัดสิทธิพิเศษ จะมองถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลักว่าในขณะนั้นลูกค้าต้องการอะไร จากนั้นก็จะไปดีลกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้กับลูกค้า โดบปัจจุบันสิทธิพิเศษที่ลูกค้าใช้มากที่สุด กว่า 65% คือ เครื่องดื่ม รองลงมา คือ แลกดาต้าแพจเก็จ และสติกเกอร์ไลน์ โดย ปัจจุบัน จำนวนลูกค้า เซเรเนด มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีเกรฑ์พิจารณาจาก แพ็กเกจที่ใช้ และระยะเวลาการเป็นลูกค้า โดยปัจจุบันมีลูกค้าเซเรเนดระดับ แพลทินัม จำนวน 2 แสนราย เซเรเนดระดับโกลด์ 1.8 ล้านราย และเวเรเนด ระดับ เอ็มเมอรัลด์ 4 ล้านราย และมีสำหรับยอดการใช้สิทธิพิเศษด้านช้อปปิ้งเติบโตขึ้น 136% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และด้านอาหารและเครื่องดื่มเติบโตขึ้น 78% และด้านท่องเที่ยวเติบโตขึ้น 53%”

นางบุษยา กล่าวต่อว่า เมื่อสถานการณ์การณ์โควิด 19 กำลังเข้าสู่ภาวะ Post-Pandemic หรือ ระยะหลังการระบาดใหญ่ ทำให้พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจากความปกติใหม่ เข้าสู่ Next Normal ความท้าทายที่เราต้องรับมือคือ วิธีการทำงานต้องปรับเปลี่ยนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงต้องยึดหลักที่ใช้ ความเข้าใจ ความใส่ใจ และการใช้ใจ ในการทำงาน ให้สิ่งที่นำเสนอออกไปถึงลูกค้าสามารถใช้ได้จริง เพราะเป้าหมายของการดูแลลูกค้าเซเรเนดไม่ใช่แค่การสร้าง Engagement และความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า แต่ยังเป็นการสร้าง Brand Love ด้วยบริการและสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าความคาดหมาย



