สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่า นายริชิ ซูนัก และนายซาจิด จาวิด พร้อมใจกันยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อขอลาออกจากตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข และกระทรวงการคลัง ตามลำดับ โดยเนื้อหาในหนังสือลาออกของทั้งคู่ระบุเหตุผลไปในทางเดียวกันว่า ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อยู่ในรัฐบาล ที่เผชิญกับเรื่องอื้อฉาวมากมาย ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งทำลายภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอย่างหนัก


ขณะที่ ผู้นำสหราชอาณาจักรย้ายนายสตีฟ บาร์เคลย์ จากตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำบ้านเลขที่ 10 ดาวนิงสตรีท ให้ไปดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข และย้ายนายนาดิม ซาฮาวี จากตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ให้มากุมบังเหียนกระทรวงการคลังแทน


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงเดือนเดียว หลังที่ประชุมสมาชิกสภาสามัญพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบันของสหราชอาณาจักร มีมติเสียงข้างมาก 211 เสียง ยังคงให้ความไว้วางใจจอห์นสัน ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลและหัวหน้าพรรคต่อไป แต่การที่สมาชิก 148 คน ไม่สนับสนุน ถือว่ามีสัดส่วนสูงเกือบครึ่ง จึงมีการวิเคราะห์ว่า คือการยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับจอห์นสันมากกว่า ว่าจะยังคงสามารถอยู่ในฐานะผู้นำรัฐบาลและผู้นำพรรค ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ในปี 2568 หรือไม่

แม้ในทางทฤษฎีถือว่า ผู้นำสหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมได้อีกอย่างน้อย 1 ปี “แต่หากมีการแก้ไขระเบียบ” และจอห์นสันพ่ายแพ้ในคราวนี้ จะไม่สามารถลงสมัครซ้ำอีกได้


ด้านเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ ผู้นำฝ่ายค้านจากพรรคแรงงาน กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น “บ่งชี้ชัดเจน” ว่ารัฐบาลชุดนี้ “ไม่รอด” ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นชาวสหราชอาณาจักรในรอบสัปดาห์ล่าสุด โดยศูนย์วิจัย “ยูกอฟ” ปรากฏว่า 69% ของกลุ่มตัวอย่าง ต้องการให้จอห์นสันลาออกจากตำแหน่ง แม้สร้างประวัติศาสตร์ นำพรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2562 ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนถล่มทลาย นับตั้งแต่ยุคนายกรัฐมนตรีมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ เมื่อปี 2530.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES