สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ว่านายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ให้การต้อนรับนางเรตโน มาร์ซูดี รมว.การต่างประเทศของอินโดนีเซีย ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันอังคาร
“Indonesia is a strong democratic partner for the U.S. We’re working together on so many…fronts. We deeply appreciate the strong voice that ?? has within @ASEAN…and we’re very much looking forward to your presidency of the G20 next year.” — @SecBlinken https://t.co/1I53tUUvRK
— U.S. Asia Pacific Media Hub (@eAsiaMediaHub) August 4, 2021
ทั้งนี้ บลิงเคนกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลจาการ์ตาเห็นชอบร่วมกันในหลักการ ว่าด้วยการเป็น "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" เมื่อปี 2558 แต่การเริ่มต้นเจรจาเพิ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่งของสหรัฐแสดงความชื่นชมต่อบทบาททางการทูตของอินโดนีเซีย บนเวทีสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ซึ่งประชาคมแห่งนี้กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากทั้งภายในและภายนอก เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา
Today I met with Indonesian Foreign Minister @Menlu_RI. The U.S.-Indonesia Strategic Partnership is increasingly important to accomplishing our goals in the Indo-Pacific region and around the world. We look forward to expanding our cooperation! pic.twitter.com/7SaWU5fhdI
— Secretary Antony Blinken (@SecBlinken) August 3, 2021
ขณะที่มาร์ซูดีกล่าวว่า สหรัฐคือหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของอาเซียน ในการดำเนินนโยบายตามแผนยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก และการที่รัฐบาลวอชิงตันเดินหน้ายกระดับความร่วมมือกับอินโดนีเซีย "จะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่การมีส่วนร่วมในภูมิภาคแห่งนี้"
.@SecBlinken will participate in 5 virtual ministerial meetings with Association of South East Asian Nations (ASEAN) counterparts this week, including sharing plans for additional U.S. support in the fight against COVID-19, ASEAN’s economic recovery & combating climate change. pic.twitter.com/IX2nSZ6qZL
— Department of State (@StateDept) August 2, 2021
ในเวลาเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเผยแพร่แถลงการณ์เพิ่มเติม เกี่ยวกับพบหารือระหว่างบลิงเคนกับมาร์ซูดี มีเนื้อหาว่า สหรัฐบริจาควัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่อินโดนีเซียไปแล้ว 8 ล้านโด๊ส และกำลังหารือเกี่ยวกับการขยายขอบเขตความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง ทั้งออกซิเจนทางการแพทย์ และอุปกรณ์สำคัญอื่น
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศมุ่งมั่นยกระดับความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนด้วย ในฐานะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
เครดิตภาพ : REUTERS



