สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างชาวญี่ปุ่น ระหว่างวันจันทร์ถึงวันอังคารที่ผ่านมา จัดทำโดยหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ปรากฏว่า ความนิยมของรัฐบาลภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ เพิ่มขึ้น 8% จากการสำรวจเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ขึ้นมาอยู่ที่ 65%
ด้านผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดซึ่งจัดทำในช่วงเวลาเดียวกัน ระบุคะแนนนิยมของรัฐบาลคิชิดะไว้ที่ 63.2% เพิ่มขึ้น 6.3 จุด ทั้งนี้ 79% ของกลุ่มตัวอย่างคาดหวังให้คิชิดะอยู่ในวาระ “อีกอย่างน้อย 2 ปี” หรือจนกว่าจะถึงกำหนดการหยั่งเสียงภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย ( แอลดีพี ) เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนต่อไป และจากจำนวนดังกล่าว 27% คาดหวังให้คิชิดะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี “นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
Kishida support edges up post-election, but hurdles linger for agenda https://t.co/ZbhjHcE2oN pic.twitter.com/Mjr9WzRrZ1
— Reuters (@Reuters) July 13, 2022
อย่างไรก็ตาม ความนิยมในรัฐบาลไม่ได้หมายความว่า ประชาชนสนับสนุนคิชิดะไปเสียทุกเรื่อง หนึ่งในนั้นคือการแก้ไขมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การเพิ่มอำนาจให้กับกองกำลังป้องกันตนเอง ( เอสดีเอฟ ) โดยผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างเพียง 37% ที่มองว่าเรื่องนี้ “เร่งด่วน” ขณะที่ 58.4% ของกลุ่มตัวอย่างกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สันทัดกรณีมองว่า แม้ “ความเห็นใจ” จากประชาชนต่อพรรคแอลดีพี จากเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ที่เมืองนารา เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา มีส่วนช่วยให้พรรคแอลดีพีคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่เกิดขึ้นในอีก 2 วันต่อมา กระนั้น การถึงแก่อสัญกรรมอย่างกะทันหันของอาเบะมีแนวโน้มสั่นคลอนเสถียรภาพภายในพรรคแอลดีพีไม่น้อย โดยเฉพาะปีกสายอนุรักษนิยม เนื่องจากสูญเสียแกนนำคนสำคัญ.
เครดิตภาพ : REUTERS



