การแข่งขันกอล์ฟรายการ “ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ” ครั้งที่ 150 เมเจอร์สุดท้ายของปี ชิงเงินรางวัลรวม 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 509 ล้านบาท) ที่สนามเซนต์ แอนดรูวส์ โอลด์ คอร์ส พาร์ 72 ในสกอตแลนด์ หลังจบรอบสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา
คาเมรอน สมิธ โปรมือ 6 ของโลกจากออสเตรเลีย ซึ่งออกสตาร์ตรอบสุดท้ายด้วยการตามหลังผู้นำร่วม 4 สโตรกนั้น ระเบิดฟอร์มหวดเพิ่มวันเดียว 8 อันเดอร์พาร์ 64 จากการทำ 8 เบอร์ดี้ โดยเฉพาะ 9 หลุมหลังที่เจ้าตัวทำ 5 เบอร์ดี้รวดตั้งแต่หลุม 10 ถึง 14 สกอร์รวม 20 อันเดอร์พาร์ 268 แซงคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับแชมป์รายการนี้ ถือเป็นแชมป์เมเจอร์รายการแรกในชีวิตของ สมิธ และเป็นแชมป์ที่ 6 ในระดับ พีจีเอ ทัวร์ โดยในจำนวนนั้นเป็นการได้แชมป์ในปีนี้เป็นรายการที่ 3 หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้แชมป์ เซนทรี ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปี้ยนส์ เมื่อเดือนมกราคม รวมถึงได้แชมป์รายการใหญ่อย่าง เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นเหมือนเมเจอร์รายการที่ 5 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การคว้าแชมป์รายการนี้ ยังทำให้โปรวัย 28 ปี กลายเป็นนักกอล์ฟจากแดนจิงโจ้คนแรก ที่ได้แชมป์ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ต่อจาก “ฉลามขาว” เกร็ก นอร์แมน เมื่อปี 1993 และเป็นโปรออสซีคนแรกที่ได้แชมป์รายการเมเจอร์ นับตั้งแจ่ เจสัน เดย์ ได้แชมป์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2015 อีกด้วย

ด้าน คาเมรอน ยัง จากสหรัฐ หวดเพิ่ม 7 อันเดอร์พาร์ 65 สกอร์รวม 19 อันเดอร์พาร์ 269 จบเป็นอันดับ 2 แพ้แชมป์ไปหวุดหวิดแค่สโตรกเดียว ด้าน รอรี แม็คอิลรอย อดีตมือ 1 ของโลกจากไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำร่วมหลังจบรอบ 3 นั้น หวดเพิ่มแค่ 2 อันเดอร์พาร์ 70 สกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 270 หล่นลงมาจบเป็นอันดับ 3 แพ้แชมป์ไป 2 สโตรก ขณะที่ วิคเตอร์ ฮอฟลันด์ อีกหนึ่งผู้นำร่วมหลังจบรอบ 3 จากนอร์เวย์นั้น สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 274 จบเป็นที่ 4 ร่วมกับ ทอมมี ฟลีทวูด จากอังกฤษ

ด้าน “โปรเพชร” สดมภ์ แก้วกาญจนา หนึ่งเดียวของไทยในรายการนี้ วันสุดท้ายโชว์ฟอร์มเยี่ยม ทำ 1 อีเกิ้ล 6 เบอร์ดี้ เสีย 1 โบกี้ จบรอบด้วยสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 277 จบเป็นอันดับ 11 ร่วมกับ อับราฮัม อันเซร์ จากเม็กซิโก, ดีน เบอร์เมสเตอร์ จากแอฟริกาใต้ รวมถึง ไทเรลล์ ฮัตตัน จากอังกฤษ
เครดิตภาพ : REUTERS



