นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมวาระการประชุมพิเศษระดับรัฐมนตรี ภายใต้การประชุม APT Policy and Regulatory Forum ครั้งที่ 22 (PRF-22) ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) ที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนระดับรัฐมนตรีได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ และการดำเนินการเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล โดยมีผู้แทนระดับรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิก APT เข้าร่วม ซึ่งได้กล่าวถึงนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งประเทศไทยได้มีการดำเนินการผ่านโครงการต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล และการสร้างสังคมดิจิทัลที่ยั่งยืน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี 5จี
โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้านโทรคมนาคม ในการนำเทคโนโลยี 5จี มาประยุกต์ใช้ในหลายมิติ เช่น การศึกษา เกษตรกรรม และสาธารณสุข การพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) การจัดทำ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โครงการ Thailand Digital Valley เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล สำหรับธุรกิจ สตาร์ทอัพ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับประเทศสมาชิก APT ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

รวมถึงได้หารือทวิภาคีกับนายมาซาโนริ คอนโดะ เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือระหว่างกระทรวงฯ และ APT ในการพัฒนาด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิทัล ของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
ด้าน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ได้เข้าร่วมการประชุม APT Policy and Regulatory Forum ครั้งที่ 22 (PRF-22) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ก.ค. ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ โดยการประชุม PRF เป็นการประชุมประจำปีซึ่งจัดขึ้นโดย APT เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานกำหนดนโยบายด้าน ICT และโทรคมนาคม หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ประกอบการ ได้ร่วมอภิปราย และแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา และการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแลด้าน ICT และโทรคมนาคม สำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดย มีผู้แทนจากประเทศสมาชิก APT และสมาชิกเครือข่าย เดินทางมาเข้าร่วมการประชุม จำนวน 36 คน



