เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความความสัมพันธ์กับพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ หลังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 65 ว่า การทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีปัญหา เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือไม่ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม บริหารประเทศต่อ เรามีการคุยกันตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมีมติร่วมกันไปแล้วและจะยื่นร่วมกัน ส่วนเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่เห็นไม่ตรงกันนั้น ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองพรรคมีความขัดแย้งกันเพียงแค่เห็นต่างกันเท่านั้น

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตระยะหลังพรรค พท. มีความเห็นสอดคล้องกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณางบประมาณ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐ กล่าวว่า พรรค พท. มีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่พรรค พปชร. ผลักดันเรื่องนี้เสียอีก ยืนยันว่าเราไม่ใช่คนตามแต่เขาเป็นคนที่มาตามหลังเรา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ก็อยากให้ฟังข้อสรุปจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน แต่อย่างไรก็ตามเรายืนยันว่าพรรค พท. ยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวถึงกรณีการแถลงข่าวถึงการแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณของพรรค พท. ที่ระบุว่า ต้องให้เม็ดเงินแก่ปัญหาโควิดให้ประชาชน เมื่อไล่คนไร้ความสามารถออกไปแล้วก็ให้คนอื่นมาเป็นนายกฯ แทน หมายความว่ามีข้อมูลเชิงลึกจะมีการเปลี่ยนนายกฯ เร็วๆ นี้หรือไม่ ว่า สิ่งที่ตนพูดคือการชี้ให้ประชาชนมองที่ระบบมากกว่าตัวบุคคล กระแสสังคมตอนนี้เห็นชัดว่าคนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แม้ได้งบประมาณไปแก้ปัญหาให้ประชาชนเขาก็ไม่อยากให้อยู่ต่อเพราะทนไม่ไหวกับการบริหารงานที่ผ่านมา ตนจึงคิดว่าหากยังแก้ไขวิกฤติโควิดไม่ได้ในสองถึงสามเดือนข้างหน้า การอยู่ต่อของ พล.อ.ประยุทธ์ คงเป็นเรื่องยาก เราจึงคิดว่าควรนำเม็ดเงินเข้าระบบไว้เพื่อรองรับใครก็ตามที่อาจได้เข้ามา จะได้มีงบประมาณสำหรับช่วยเหลือประชาชน หรือแม้ว่าจะไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปไม่ได้ ก็ต้องมีระบบควบคุมกำกับดูแลตรวจสอบการใช้เม็ดเงินก้อนนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นตามวัตถุประสงค์การแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรค พท. จะจับมือกับพรรค พปชร. นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน ถ้าพรรค พปชร. ยังอยู่ในระบอบประยุทธ์อยู่ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พรรค พท. จะไปจับมือด้วย แต่ถ้าเขาปรับกลไกการบริหารมาทางประชาธิปไตยมากขึ้นไม่ยึดระบอบประยุทธ์ก็อาจจะคุยกันได้ แต่ถ้ายังเป็นอยู่เหมือนในปัจจุบันที่มีหัวหน้าพรรคเขาเป็นแกนนำของระบอบประยุทธ์ก็ไม่มีทางเป็นไปได้.