สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า นับตั้งแต่อุณหภูมิในภูมิภาคยุโยปตอนใต้เริ่มสูงขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา คลื่นความร้อนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยคน และเกิดไฟป่าลุกไหม้พื้นที่รวมหลายหมื่นเฮกตาร์ในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สเปน, โปรตุเกส และฝรั่งเศส
ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์และนักอุตุนิยมวิทยาหลายคนเชื่อว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบอุณหภูมิที่สูงขึ้นทั่วโลก มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

ขณะที่ กรีซ ซึ่งเกิดไฟป่าขนาดใหญ่ลุกไหม้ใกล้กรุงเอเธนส์เป็นเวลา 2 วัน เรียกร้องให้ยุโรปมีการดำเนินการมากขึ้นเพื่อรับมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
“วิกฤติสภาพอากาศปรากฏชัดทั่วทวีปยุโยป โดยเฉพาะความรุนแรงที่ภูมิภาคเมเดิเตอร์เรเนียนในวงกว้าง การรวมกันของอุณหภูมิที่สูง, ลมกระโชกแรง และภัยแล้งรุนแรง จะนำไปสู่การเกิดไฟป่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายยานนิส โออิโคโนมู โฆษกรัฐบาลเอเธนส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นักดับเพลิงต้องรับมือไฟป่ามากถึง 390 ครั้งใน 1 สัปดาห์ หรือประมาณ 50-70 ครั้งต่อวันโดยเฉลี่ย
As temperatures soar across Europe, massive wildfires have erupted throughout the continent. Spain, Greece, France, Italy and the UK are all battling blazes, while Portugal reported more than 1,000 deaths from the heat https://t.co/yQ5vXsSyGX pic.twitter.com/NEW5BMhj2n
— Reuters (@Reuters) July 20, 2022
ด้านโปแลนด์ เจ้าหน้าที่รัฐประกาศแจ้งเตือนความร้อนในหลายส่วนของประเทศ โดยอุณหภูมิที่เมืองคูร์ญิก ทางตะวันตกของโปแลนด์ สูงถึง 36.7 องศาเซลเซียส และเกิดไฟป่าลุกไหม้ใกล้กับเมืองเบอร์เซสโก ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งทีมนักดับเพลิงรายงานว่า พื้นที่ถูกเผาไหม้ไปแล้วมากกว่า 50 เฮกตาร์ และเปลวเพลิงกำลังลุกลามเข้าสู่ป่าไม้ที่อยู่ใกล้เคียง
นอกจากนี้ หลายประเทศในยุโรป เช่น อิตาลี สโลวีเนีย โปรตุเกส และสเปน มีการประกาศคำเตือนคลื่นความร้อน และต่อสู้กับวิกฤติไฟป่าที่เกิดขึ้นในหลายจุดเช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



