บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด (บีซีซี) เดินหน้าปรับทิศทางธุรกิจ จากผู้ผลิตสายไฟฟ้า สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร โดยเข้าซื้อกิจการ บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ION Energy) เข้ามาเป็นบริษัทในเครือ เพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

‘พงศภัค นครศรี’ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บีซีซี และผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ไอออน เอนเนอร์ยี่ กล่าวว่า ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจโซลาร์เคยเป็นเพียงตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แต่ปัจจุบันกำลังขยับเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก (Mainstream) จากแรงหนุนของสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวน และมาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 2 แสนบาท ซึ่งช่วยเร่งการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
พงศภัคกล่าวต่อไปว่า ปัจจัยที่ทำให้โซลาร์เติบโตในวันนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องการประหยัดค่าไฟ แต่รวมถึงความกังวลด้าน ‘ความมั่นคงทางพลังงาน’ (Energy Resilience) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากวิกฤตพลังงานในต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนว่า แม้มีเงินก็อาจไม่สามารถเข้าถึงพลังงานได้ หากเกิดปัญหาในระบบซัพพลาย
ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตมีแนวโน้มสูงกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากยังไม่รวมความต้องการจากดาต้าเซ็นเตอร์และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเพิ่มภาระให้ระบบไฟฟ้า อีกด้านหนึ่ง ภาคส่งออกยังต้องปรับตัวตามกติกาสิ่งแวดล้อมโลก ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

ด้าน ‘พีรกานต์ มานะกิจ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอออน เอนเนอร์ยี่ กล่าวว่า ประเทศไทยมีประมาณ 20 ล้านครัวเรือน และมีราว 1.3 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 6.5% ที่มีศักยภาพติดตั้งโซลาร์ แต่ปัจจุบันติดตั้งจริงยังต่ำกว่า 5% หรือเพียงราว 7 หมื่นครัวเรือนเท่านั้น หากคิดจากต้นทุนเฉลี่ยระบบละประมาณ 2 แสนบาท จะทำให้ตลาดมีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งหมายความว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้ใช้ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนจากผู้บริโภคไปสู่การเป็นผู้ผลิตและใช้ไฟเอง ส่งผลให้รูปแบบการใช้ไฟเปลี่ยนไป โดยช่วงกลางวันใช้ไฟจากโซลาร์มากขึ้น แต่ช่วงเย็นความต้องการไฟจะพุ่งสูง เกิดเป็นลักษณะ ดัก เคิร์ฟ ซึ่งท้าทายการบริหารระบบไฟฟ้าแบบเดิม
อย่างไรก็ตาม พีรกานต์มองว่าอุปสรรคสำคัญของตลาดยังอยู่ที่ขั้นตอนกฎระเบียบ โดยเฉพาะการขออนุญาตติดตั้งในภาคครัวเรือนที่ยังมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การขยายตัวไม่เต็มศักยภาพ
ในด้านธุรกิจ ไอออน เอนเนอร์ยี่ เตรียมยกระดับบริการหลังการขาย เช่น การใช้โดรนล้างโซลาร์ และการขยายศูนย์บริการในหัวเมืองหลัก เพื่อรองรับการใช้งานระยะยาวของระบบที่อาจยาวถึง 30 ปี พร้อมตั้งเป้าติดตั้งใหม่ 1,500-2,000 หลังภายในปี 2569 ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์เพื่อพัฒนาโซลูชันทางการเงิน จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลาร์ได้ง่ายขึ้น ผ่านการผ่อนชำระในเงื่อนไขที่เหมาะสม


