นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวว่า สำนักงาน กสทช. ขอขึ้นค่าตอบแทนให้ประธาน กสทช. และกรรมการ โดยรวมค่าเสียโอกาสด้วยนั้น ในข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 65 ก่อนหน้าที่บอร์ดชุดปัจจุบันจะเข้ามาเริ่มรับตำแหน่ง สำนักงาน กสทช. ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อขอให้เห็นชอบ พ.ร.ฎ.ขึ้นค่าตอบแทนเหมาจ่ายรายเดือนให้กับประธานและกรรมการ เนื่องจากเห็นว่า ค่าตอบแทนของประธาน กสทช. และกรรมการ กสทช. เป็นอัตราเดิมที่ไม่เคยมีการปรับปรุงใดๆ นับตั้งแต่ปี 56
ซึ่งเป็นไปตามข้อสังเกตที่กฎหมายกำหนดตามการแก้ไข พ.ร.บ.กสทช. ปี 60 ที่ควรมีการพิจารณาทบทวนอัตราค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการ กสทช. สำนักงานฯ จึงได้ทำเรื่องขอปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า ต่อมาที่ประชุม ครม. วันที่ 21 มิ.ย. 65 ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ. ดังกล่าว โดยให้ปรับขึ้นเฉพาะค่าตอบแทนรายเดือนเท่านั้น ส่วนการเสนอเพิ่มเกี่ยวกับค่าเสียโอกาสซึ่งเป็นแนวคิดที่เสนอโดยสำนักงาน กสทช.นั้น ครม. ไม่ได้อนุมัติ
โดยค่าตอบแทนของประธาน กสทช. และกรรมการ กสทช. เป็นค่าตอบแทนแบบเหมาจ่ายรายเดือน ประกอบไปด้วยเงินเดือน ผลประโยชน์อื่น ค่ารักษาพยาบาล และบำเหน็จตอบแทน เดิมประธาน กสทช. ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน ในอัตรา 335,850 บาท ส่วนกรรมการ กสทช. ได้รับในอัตรา 269,000 บาท มาตั้งแต่ปี 56
ซึ่งการปรับขึ้นค่าตอบแทนรายเดือนตามที่ ครม. เห็นชอบ ได้ปรับขึ้น 7.5% จากอัตราเดิม ดังนั้นค่าตอบแทนเหมาจ่ายรายเดือนใหม่ ของประธาน กสทช. จะอยู่ที่ 361,167 บาท ส่วนกรรมการ กสทช. อยู่ที่ 289,167 บาท
นายไตรรัตน์ กล่าวย้ำว่า กสทช. ชุดปัจจุบัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอปรับปรุงค่าตอบแทนที่สำนักงาน กสทช. เสนอต่อ ครม. แต่อย่างใด เพราะบอร์ดชุดปัจจุบันเพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง กสทช. เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 65 และเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 65 ส่วนเรื่องค่าเสียโอกาสที่เป็นแนวคิดของสำนักงานเอง ก็ถูกตีตกไปแล้วด้วย.



