เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งระบายยางพาราค้างสต๊อกในช่วงที่ราคายางอยู่ในระดับสูงและปริมาณยางในตลาดมีจำกัด ล่าสุด กยท. สามารถจำหน่ายยางจากโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ได้ครบทั้ง 18,481.93 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 1,232.2 ล้านบาท สูงกว่าราคาเปิดประมูลที่ 913.95 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 318.25 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.82

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การระบายยางในครั้งนี้เป็นการดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยยางที่นำออกจำหน่ายคิดเป็นเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตยางพาราคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 418,478 ตัน จึงไม่ก่อให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดและไม่ส่งผลกระทบต่อกลไกราคายางในประเทศ

ทั้งนี้ การขายทอดตลาดได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเป็นอย่างมาก โดย กยท. ได้เปิดประมูลแบบแยกตามสถานที่จัดเก็บ จำนวน 4 โกดัง ได้แก่ โกดังทุ่งสงสี่สวัสดิ์ จังหวัดสงขลา โกดังวันชัยสตาร์ 1 จังหวัดสงขลา โกดังวันชัยสตาร์ 5 จังหวัดสงขลา และโกดังซี แอนด์ ที โมดูลาร์ จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างกว้างขวางและทำให้รัฐได้รับผลตอบแทนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสภาพอากาศในช่วงฤดูฝนทำให้ผลผลิตยางออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ช่วงปลายปีมีแนวโน้มเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้อุปทานยางลดลงอีก การนำยางในสต๊อกของรัฐออกจำหน่ายในช่วงเวลาดังกล่าวจึงช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทาน รักษาสมดุลของตลาด และสนับสนุนเสถียรภาพราคายาง อันเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางที่กำลังทยอยจำหน่ายผลผลิต

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รายได้จากการขายทอดตลาดยางในครั้งนี้จะนำไปใช้ชำระหนี้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และชำระค่าเช่าโกดังจัดเก็บยาง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล สะท้อนถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐอย่างคุ้มค่า ภายใต้หลักความถูกต้อง เปิดเผย และโปร่งใส พร้อมทั้งรักษาสมดุลตลาดยางและดูแลเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางไทยควบคู่กันไป