ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์พันธุกรรมพืชประจำถิ่น (พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน) ตั้งอยู่เลขที่ 75/1 หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง นายวสันต์ สุขสุวรรณ เกษตรจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายสุภัทธ คงด้วง เกษตรอำเภอปะเหลียน และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน ลงพื้นที่เยี่ยมเยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ร.ต.อ.วิศิลป์ ทองฤทธิ์ อดีตครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ หันมาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ซึ่งปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาในนาม พริกไทยตรัง (Trang Pepper) มีรสชาติเผ็ดร้อน กลิ่นฉุนหรือกลิ่นหอมเฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ และฝักแน่น ดังนั้นจึงทำให้ได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยเฉพาะร้านอาหารเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนทานต่อโรค ปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ให้ผลผลิตเร็ว และสามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี ที่สำคัญคือ มีราคาดี จึงถือเป็นพืชแซมในสวนยาง สวนปาล์ม ที่สร้างรายได้อย่างดีอีกชนิดหนึ่ง

ร.ต.อ.วิศิลป์ ข้าราชการบำนาญ เป็นประธานกลุ่มและเจ้าของสวนพริกไทย กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้มีการปลูกต้นพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนประมาณ 400 ต้น ในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และมีการทำผสมผสานพืชอย่างอื่นไปด้วย นอกจากนี้ทางกลุ่มก็ได้มีการต่อยอดแปรรูปพริกไทยที่อยู่ในรูปแบบเม็ดทำเป็นชาพริกไทย ด้วยการนำพริกไทยมาบดเป็นผง แล้วนำมาทำเป็นชา โดยสามารถชงน้ำร้อนดื่มได้เลย หรือนำไปต้มให้น้ำเดือด แล้วดื่มก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะออกฤทธิ์ดีกว่า ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวได้รับผลตอบรับที่ดี ลูกค้าที่ซื้อไปก็กลับมาซื้ออีก เพราะชาพริกไทยสามารถช่วยลดกรดในกระเพาะได้ด้วย ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นกลุ่มสูงวัยและกลุ่มรักสุขภาพ ซึ่งมีทั้งสั่งออนไลน์ หรือมาซื้อที่กลุ่มโดยตรง