สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน สนทนากันทางโทรศัพท์ เมื่อวันพฤหัสบดี โดยนับเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ไบเดนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เมื่อเดือน ม.ค.ปีที่แล้ว


ทั้งนี้ ในส่วนของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก ไบเดน กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศต้องหมั่นติดต่อกัน เนื่องจากสหรัฐและจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้นของโลก ปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศหนึ่งประเทศใด ย่อมมีมีผลในระดับมหภาค


ขณะเดียวกัน ไบเดนและสีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่จีนยังคงปฏิเสธประณามอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ประเด็นการสนทนาระหว่างผู้นำทั้งสองคน ซึ่งทุกฝ่ายจับตามากที่สุด เกี่ยวกับ “ความเป็นไปได้” ที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ อาจเยือนไต้หวันในเดือนส.ค. นี้ แม้จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝ่ายใด รวมถึงจากตัวของเปโลซีเอง แต่รัฐบาลปักกิ่งประกาศชัดเจนว่า “จะมีมาตรการตอบโต้” ทว่ายังไม่ได้ขยายความ ว่าจะเป็นการตอบสนองรูปแบบใด


อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า สีกล่าวกับไบเดนอย่างตรงไปตรงมา แสดงความหวังว่า “สหรัฐจะมองสถานการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง” ว่า “คนที่เล่นกับไฟ ท้ายที่สุดแล้วจะพังพินาศย่อยยับไปเอง” พร้อมทั้งเตือนว่า รัฐบาลอวชิงตันควรยึดมั่นอย่างเคร่งครัดตามหลักการ “จีนเดียว” ซึ่งเป็นพื้นฐานการสถาปนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี


ด้านทำเนียบขาวเปิดเผยว่า การหารือทางโทรศัพท์ครั้งนี้เป็นการ “จัดการกับความเห็นต่างอย่างรับผิดชอบ” ไบเดนยืนยันกับสี ว่าสหรัฐยึดมั่นตามหลักการดังกล่าว และ “นโยบาย” ของรัฐบาลวอชิงตันที่มีต่อรัฐบาลไทเป “ไม่เคยเปลี่ยนแปลง” แต่ในเวลาเดียวกัน สหรัฐคัดค้านความพยายามฝ่ายเดียว ที่จะเปลี่ยนสถานะของไต้หวัน หรือการดำเนินการใดก็ตาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของบรรยากาศข้ามช่องแคบ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES