ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะประธานกรรมการประเมินโครงการ สมาร์ท เซฟตี้ โซน 4.0 (Smart Safety Zone 4.0) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมพื้นที่ดำเนินการโครงการ Smart Safety Zone 4.0 สภ.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นโรงพักนำร่อง ของ ภ.จว.สระแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 2 ตลอดจนติดตามความคืบหน้าการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการป้องกันอาชญากรรม เพื่อให้การป้องกันอาชญากรรมในโครงการดังกล่าวมีให้ประสิทธิภาพสูงสุด
โดยมี พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.สาธิต มิตรรัก ผกก.สภ.วัฒนานคร ภาคีเครือข่ายป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 สภ.วัฒนานคร ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการและสาธิตการปฏิบัติการที่สำคัญในโครงการ รวมทั้งประชุมหารือกัน โดย สภ.วัฒนานคร ได้มีการทำงานของกล้องวงจรปิดทั้งหมด 57 ตัว ในเขตตลาดวัฒนานคร ซึ่งเป็นการติดตั้งใหม่และได้รับความรร่วมมือจากประชาชน ซึ่งในการทำงานยังต้องมีการติดตั้งเพิ่มเติมอีก รวมทั้งกล้อง AI

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า โครงการ Smart Safety Zone 4.0 เป็นแนวคิดริเริ่มของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ซึ่งถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันอาชญากรรมที่เป็นแนวคิดหลักและเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ประชาชน เป็นเทรนด์สมัยใหม่เทรนของโลกในเวลานี้ซึ่งทั้งโลกใช้เหมือนกันหมด จากการลงพื้นที่ของ สภ.วัฒนานคร จะเห็นได้ชัดเจนว่าประชาชนมีส่วนร่วมสูง ประชาชนบ้านเรือนต่างๆ เข้าใจว่า ตำรวจทำโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซนแล้วเขาจะได้อะไรถึงได้ให้ความร่วมมือเยอะ จะเห็นได้ชัดเจนว่าคดีอาชญากรรมลดลงเยอะจากกราฟแนวตั้งเป็นแนวนอน เพราะงั้นในปีหน้าโครงการนี้ ผบ.ตร.จะขยายโครงการลงไปสู่ท้องถิ่น อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เป็นหนึ่งโรงพักหนึ่งสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีโรงพักทั้งหมด 1,480 กว่าโรงพัก ในเทียร์หน้าจะขยายลงไปทุกโรงพักในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันขยายเป็นหนึ่งจังหวัดหนึ่งสมาร์ทเซฟตี้โซน


สำหรับ จ.สระแก้ว จะมีของ สภ.วัฒนานคร เป็นพื้นที่เซฟตี้โซน ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมเพิ่มเติมจากการต่อยอดตำรวจชุมชนสัมพันธ์โดยใช้กล้อง AI กล้องอัจฉริยะต่างๆ วันนี้ทำให้ประชาชนมีความอุ่นใจ มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ความปลอดภัยมีสูงขึ้น และตำรวจยังประหยัดน้ำมันมากขึ้น เพราะตำรวจใช้การตรวจตราทางกล้องวงจรปิด แต่มาตรการสายตรวจยังมีเหมือนเดิม เพราะอย่างนั้น การเชื่อมกล้อง การบูรณาการกล้องมาไว้ที่วอร์รูมของสถานีตำรวจ เหมือนกับหน้าบ้านประชาชนมีตำรวจเฝ้ายาม 24 ชั่วโมง โดยการตรวจตราผ่านกล้องวงจรปิดที่สถานีตำรวจ



