สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่าเนื้อหาตอนหนึ่งในแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งปีนี้ประชุมที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ระบุถึง “ความผิดหวังอย่างลึกซึ้งต่อพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างจำกัด” และ “การปราศจากความร่วมมืออย่างจริงจัง” ของรัฐบาลทหารเมียนมา ในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งบรรลุร่วมกัน เมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว หรือประมาณ 2 เดือน หลังเกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564


ขณะเดียวกัน การที่เนื้อหาในแถลงการณ์เอ่ยถึง “มาตรา 20” ของกฎบัตรอาเซียน ว่าที่ประชุมสุดยอดระดับผู้นำในเดือน พ.ย. นี้ อาจมีมติร่วมกัน “ใช้มาตรการบางอย่าง” ต่อ “สมาชิกที่ไม่ให้ความร่วมมือ” ถือเป็นการเตือนอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ต่อรัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย แม้โดยหลักการแล้ว มติการประชุมทุกระดับของอาเซียนต้องเป็นไปอย่างเอกฉันท์ แต่มาตรา 20 “เป็นข้อยกเว้น”


นอกจากนี้ แถลงการณ์ของที่ประชุมยังประณาม การที่รัฐบาลทหารเมียนมาประหารชีวิตนักการเมืองและนักกิจกรรมฝ่ายตรงข้าม 4 คนด้วย

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ และนายหวัง อี้ พบหารือนอกรอบการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงพนมเปญ


ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย วิจารณ์การที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย เยือนกรุงเนปิดอว์ เพื่อพบหารือกับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เป็นการ “ตบหน้า” ความพยายามสร้างสันติภาพของอาเซียน


อนึ่ง ไม่มีการพบหารือระหว่างบลิงเคน กับลาฟรอฟ และนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน นอกรอบการประชุมอาเซียนครั้งนี้ ทว่าหวังกับลาฟรอฟพบหารือกันนอกรอบการประชุม.

เครดิตภาพ : REUTERS