สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่าเนื้อหาตอนหนึ่งในแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งปีนี้ประชุมที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ระบุถึง “ความผิดหวังอย่างลึกซึ้งต่อพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างจำกัด” และ “การปราศจากความร่วมมืออย่างจริงจัง” ของรัฐบาลทหารเมียนมา ในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งบรรลุร่วมกัน เมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว หรือประมาณ 2 เดือน หลังเกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564
ASEAN 'deeply disappointed' by limited progress in Myanmar peace plan https://t.co/iIobuet2O8 pic.twitter.com/H3bdEQ2l9c
— Reuters (@Reuters) August 5, 2022
ขณะเดียวกัน การที่เนื้อหาในแถลงการณ์เอ่ยถึง “มาตรา 20” ของกฎบัตรอาเซียน ว่าที่ประชุมสุดยอดระดับผู้นำในเดือน พ.ย. นี้ อาจมีมติร่วมกัน “ใช้มาตรการบางอย่าง” ต่อ “สมาชิกที่ไม่ให้ความร่วมมือ” ถือเป็นการเตือนอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ต่อรัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย แม้โดยหลักการแล้ว มติการประชุมทุกระดับของอาเซียนต้องเป็นไปอย่างเอกฉันท์ แต่มาตรา 20 “เป็นข้อยกเว้น”
นอกจากนี้ แถลงการณ์ของที่ประชุมยังประณาม การที่รัฐบาลทหารเมียนมาประหารชีวิตนักการเมืองและนักกิจกรรมฝ่ายตรงข้าม 4 คนด้วย

ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย วิจารณ์การที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย เยือนกรุงเนปิดอว์ เพื่อพบหารือกับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เป็นการ “ตบหน้า” ความพยายามสร้างสันติภาพของอาเซียน
อนึ่ง ไม่มีการพบหารือระหว่างบลิงเคน กับลาฟรอฟ และนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน นอกรอบการประชุมอาเซียนครั้งนี้ ทว่าหวังกับลาฟรอฟพบหารือกันนอกรอบการประชุม.
เครดิตภาพ : REUTERS



